posttoday
เศรษฐกิจทรุดหนักทั้งปีโต1.7%

เศรษฐกิจทรุดหนักทั้งปีโต1.7%

28 ตุลาคม 2554

ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ของประเทศขณะนี้ จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยเป็นมูลค่ามหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ของประเทศขณะนี้ จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยเป็นมูลค่ามหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

และเป็นที่แน่ชัดว่าทั่วทั้งกรุงเทพฯ คงไม่อาจหลีกเลี่ยงภาวะน้ำท่วม ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมอีก 7 แห่ง ที่อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม และยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินแนวโน้มความสูญเสียทางเศรษฐกิจว่า กรณีพื้นฐานต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึงเดือน พ.ย. กว่าน้ำจะระบายออกสู่ทะเลได้หมด ขณะที่ระดับน้ำท่วมในกรุงเทพฯ อาจมีความสูงตั้งแต่ 30-150 ซม. โดยมีความสูงเฉลี่ย 50 ซม. เป็นระยะเวลาประมาณ 30 วัน ส่วนนิคมอุตสาหกรรมในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบางส่วน

กรณีเลวร้ายอาจยังต้องใช้เวลาถึงเดือน ธ.ค. กว่าจะระบายน้ำออกสู่ทะเลจนหมด ขณะที่ระดับน้ำท่วมในกรุงเทพฯ อาจมีความสูงเฉลี่ย 80 ซม. ในระยะเวลา 45 วัน สำหรับนิคมอุตสาหกรรมในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ อาจเสียหายรุนแรงจากน้ำท่วม

เศรษฐกิจทรุดหนักทั้งปีโต1.7%

“มหันตภัยครั้งนี้อาจสร้างความสูญเสียต่อจีดีพีมูลค่าสุทธิ 2.42 แสนล้านบาทในกรณีพื้นฐาน กรณีเลวร้ายความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยสุทธิอาจสูงถึง 3.3 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.3-3.1% ของจีดีพี”

ภาคอุตสาหกรรมได้รับความเสียหายหนักที่สุดมีมูลค่า 1.71–2.34 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นกว่า 70% ของความเสียหายทั้งหมด ซึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบสูงสุด ได้แก่ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็ก ทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ยังมีความเสียหายในภาคการเกษตร 3.71-4.6 หมื่นล้านบาท ภาคบริการและอื่นๆ 3.32-4.99 หมื่นล้านบาท

ผลดังกล่าวคาดว่าจะฉุดให้เศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายปีนี้หดตัวลงหนักถึง 3.3% ในกรณีพื้นฐาน แต่กรณีเลวร้ายอาจหดตัวถึง 6.3% หรือหายไปถึง 8.2-11.2% จากเดิมที่เคยคาดว่าจะขยายตัว 4.9%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงมาเหลือเพียง 1.7% ในกรณีพื้นฐาน และเติบโตแค่ 0.9% ในกรณีเลวร้าย จากเดิมที่เคยคาดว่าอาจขยายตัวได้ 3.8%

สำหรับแนวโน้มในปี 2555 คาดว่าเศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวประมาณ 4.3% โดยผลกระทบในภาคอุตสาหกรรมที่บางส่วนยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูหลายเดือน ทำให้การผลิตและการส่งออกของไทยมีแนวโน้มที่จะหดตัวต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรก

ขณะที่แรงงานจำนวนมากที่ต้องเผชิญการว่างงานอาจเป็นปัจจัยกดดันการบริโภค ซึ่งอาจส่งผลให้จีดีพีในไตรมาสแรกปีหน้ามีโอกาสบันทึกตัวเลขติดลบ ก่อนที่จะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ในไตรมาส 2

อาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า มีรายงานลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกว่า 7.2 แสนคนแล้ว และได้รับรายงานว่า บริษัท แคนนอน ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เลิกจ้างพนักงานที่ทำงานยังไม่ครบ 1 ปีแล้ว 1,979 คน โดยจ่ายเงินเดือนล่วงหน้า เงินชดเชย และสวัสดิการอื่นๆ กว่า 51 ล้านบาท จึงเชื่อว่าจะมีแรงงานถูกเลิกจ้างตามมาอีก

ก่อนหน้านี้มีลูกจ้างเอาต์ซอร์สของบริษัท เอท็อปไทม์ บริษัท ธนกร ควอลิตี้ บิสซิเนส และบริษัท ไฮไลน์ (ประเทศไทย) รวม 343 คน ได้ถูกเลิกจ้างไปก่อนแล้ว เนื่องจากบริษัท ซันโย เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจึงบอกเลิกสัญญา

โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ ยอมรับว่าต้องทบทวนประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้และปีหน้าอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้ปรับลดจาก 4% ลงมาอยู่ที่ 3.6% ไปแล้ว และคาดว่าเศรษฐกิจในปีหน้าจะเติบโตที่ระดับ 4% เรื่องน้ำท่วมจึงเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาในการประเมินเศรษฐกิจและแผนธุรกิจในปีหน้า เพราะนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครที่อยู่ระหว่างขั้นตอนฟื้นฟูกิจการกับธนาคาร

จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจปีนี้จนถึงครึ่งแรกปีหน้าจึงอยู่ในอาการจมน้ำอย่างหนัก

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา