
เปิดมาตรการดูแลเงินสด รับมือน้ำท่วมทั่วไทย
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานให้รัฐบาลรับทราบ
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานให้รัฐบาลรับทราบ
ถึงการเตรียมการและมาตรการของ ธปท.ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
รายงานของ ธปท.ระบุว่า การดำเนินการเพื่อแก้ไขและฟื้นฟูประกอบด้วยการดำเนินการด้านลูกหนี้ที่ทำไปแล้ว
หนึ่ง ออกหนังสือเวียนลงวันที่ 6 ต.ค. 2554 ให้สถาบันการเงินดูแลลูกหนี้ทุกประเภทที่ได้รับผลกระทบ โดยให้พิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ รวมทั้งการดูแลสภาพคล่องให้ลูกหนี้ และให้สถาบันการเงินผ่อนปรนให้ลูกหนี้บัตรเครดิตที่ได้รับผลกระทบให้ผ่อนชำระต่ำกว่า 10% ไปได้จนถึง 30 มิ.ย. 2555
สอง ได้ออกหนังสือเวียนลงวันที่ 19 ต.ค. 2554 เพื่อซักซ้อมมาตรการให้ความช่วยเหลือคือ การคงสถานะจัดชั้นลูกหนี้ไว้เหมือนก่อนเกิดอุทกภัย และขอให้ช่วยเหลือลูกหนี้ตามความเหมาะสม การดูแลลูกหนี้โดยการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม
สาม ประสานกับบริษัทข้อมูลสินเชื่อเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ว่า ลูกหนี้ที่ธนาคารทำ Reschedule ใหม่ ไม่ต้องบันทึกเข้าในประวัติลูกหนี้
สี่ ประสานกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อขอให้ผ่อนผันการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลาสูงสุด 6-12 เดือน
ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถการชำระหนี้ และให้สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
ส่วนการดำเนินการด้านการเตรียมระบบ เพื่อดูแลให้มีการเบิกถอนเงินสด การทำเช็ค เคลียร์การโอนเงินในประเทศและต่างประเทศ สามารถเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ธปท.ได้ติดต่อกับธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่ง ทาง Conference Call เป็นประจำเพื่อประเมินสถานการณ์
สำหรับมาตรการที่ได้เตรียมการไว้เพิ่มเติม ได้แก่ หนึ่ง เตรียมความพร้อมระบบรองรับการชำระเงินที่ ธปท.ให้บริการ เช่น ระบบบาทเน็ต : ระบบการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงินที่มีอยู่ประมาณวันละ 3.3 ล้านล้านบาท โดยมีศูนย์หลักอยู่ที่บางขุนพรหม ศูนย์สำรองที่พุทธมณฑลสาย 7 ให้สามารถรองรับการทำงาน 7 วัน และตลอด 24 ชั่วโมง และระบบการหักบัญชีเช็คประมาณ 1.56 แสนล้านบาทต่อวัน ซึ่งมีศูนย์หลักที่สำนักงานสุรวงศ์ ศูนย์สำรองที่พุทธมณฑลสาย 7 ซึ่งสำนักงานสุรวงศ์รองรับการทำงานได้ 3 วัน วันละ 12 ชั่วโมง
ขณะที่การย้ายศูนย์หลักไปศูนย์สำรองจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
สอง ระบบรองรับการโอนเงินรายย่อยข้ามธนาคาร ซึ่ง ธปท.ได้ประสานงานกับผู้บริการระบบเพื่อเตรียมการคือ ผู้ให้บริการ NITMX ซึ่งให้บริการระบบ ATM Pool ที่มีการถอนเงินหรือโอนเงินข้ามธนาคารผ่านตู้เอทีเอ็มคิดเป็นเงินประมาณวันละ 1,900 ล้านบาท ไม่รวมการถอนเงินสด และ Bulk Credit เช่น การโอนเงินเดือนประมาณเดือนละ 4,500 ล้านบาท ให้มีการเตรียมความพร้อมทั้งศูนย์หลักและศูนย์สำรอง รวมทั้งเตรียมการปฏิบัติงานแบบ Remote Command Center
ส่วนผู้ให้บริการ PCC ที่ให้บริการประเภทการโอนเงินข้ามธนาคาร เช่น การโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ตนั้นมีอยู่ประมาณวันละ 300 ล้านบาท และบริการประเภท CDM Pool การฝากเงินข้ามธนาคารผ่าน Cash Deposit Machine (CDM) ให้เตรียมระบบไฟฟ้าสำรอง
สาม การเบิกจ่ายเงินสดให้ขยายระยะเวลาทำการของระบบงาน ในส่วนระบบแลกเปลี่ยนธนบัตรระหว่างธนาคาร (BES) จากที่ปิด 08.30 น. เป็น 16.30 น.
ส่วนระบบการฝากถอนธนบัตรผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย (BOS) จากที่ปิด 10.00 น. เป็น 17.00 น. และการรับส่งเงินสด จากที่ปิด 15.30 น. เป็น 17.00 น.
นอกจากนี้ ยังได้มีการเตรียมเงินสดที่ศูนย์สำรอง ได้แก่ ศูนย์จัดการธนบัตรระยอง และศูนย์จัดการธนบัตรนครราชสีมา และการผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์นำส่งธนบัตรชนิด 20 บาท โดยให้ธนาคารพาณิชย์นำส่งโดยไม่ต้องรับคัด (รับฝากไม่เกิน 1 เดือน)
สี่ ให้ ธปท.ทำการดูแลสภาพคล่องในระบบ เพื่อให้การดำเนินนโยบายการเงินมีประสิทธิภาพผ่านการดำเนินการผ่านตลาดเงิน (OMOs) ได้แก่ การทำธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี การออกพันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย และการสวอปเงินตราต่างประเทศ รวมทั้งดำเนินการผ่านหน้าต่างตั้งรับ (Standing Facility)
ทั้งนี้ ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมให้ ธปท.เปิดทำธุรกรรมต่างๆ ตามปกติ โดยมีการติดตามสภาพคล่องอย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มสภาพคล่องในระบบตามความเหมาะสม
แม้ความพยายามของ ธปท.จะดีแค่ไหน สิ่งสำคัญคือผู้ปฏิบัติต้องพร้อมด้วยระบบการเงินจึงไม่ประสบปัญหา
แต่สถานการณ์ในขณะนี้ต้องบอกว่าไม่ปกติ ข้อมูลที่ บุญเจริญ มโนบูรชัยเลิศ กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท C.C.S. (Complete Customer Satisfaction GROUP) ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องบิน ผลิตเครื่องจักรกล และอะไหล่เครื่องจักร กล่าวว่า บริษัทกำลังมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน เพราะปกติบริษัทจ่ายเงินเดือนเข้าบัญชีของพนักงาน แต่พนักงานไม่สามารถหาตู้เอทีเอ็มเพื่อกดเงินสดมาใช้จ่ายได้
พนักงานจึงร้องขอให้บริษัทจ่ายเงินเดือนเป็นเงินสดแทน ซึ่งวันนี้บริษัทต้องเตรียมเงินสดไว้อย่างน้อย 3 ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน
จึงอยากเรียกร้องให้ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่มีตู้เอทีเอ็มตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม แต่ยังให้บริการได้อย่าสั่งปิดตู้เอทีเอ็ม เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อสภาพคล่องของบริษัท และพนักงานไม่สามารถเบิกเงินสดจากตู้เอทีเอ็มมาใช้ได้ เพราะปัจจุบันตู้เอทีเอ็มถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว







