posttoday
มูดี้ส์ชี้เปรี้ยงเศรษฐกิจไทยฟื้นปี 56

มูดี้ส์ชี้เปรี้ยงเศรษฐกิจไทยฟื้นปี 56

25 ตุลาคม 2554

บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลก “มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส” มองเศรษฐกิจไทยจมน้ำป๋อมแป๋ม สร้างความเสียหายมหาศาลเป็นมูลค่าถึง 2%

บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลก “มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส” มองเศรษฐกิจไทยจมน้ำป๋อมแป๋ม สร้างความเสียหายมหาศาลเป็นมูลค่าถึง 2%

ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้ หรือจะเติบโตเพียง 2.8% และจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูเพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาเดินหน้าและขยายตัวได้อย่างเต็มที่อีกครั้งที่ระดับสูงกว่า 4% ในปี 2556

ทั้งนี้ การวิเคราะห์ของมูดี้ส์ออกมาแย่กว่าที่ทางการของไทยหลายสำนักคาดการณ์ไว้มาก อาทิ กระทรวงการคลังปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังคงขยายตัว 3.3%

ขณะที่ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าน้ำท่วมครั้งนี้อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 มีโอกาสติดลบ หรือทั้งปีฉุดมากกว่า 1% จากที่ประมาณการไว้ที่ 4.1%

ส่วนปีหน้า ในไตรมาสแรกน่าจะติดลบต่อเนื่อง และทั้งปี 2555 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 4.2% เนื่องจากมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม มูดี้ส์มีมุมมองที่ดีเรื่องรัฐบาลยังมีงบประมาณเพียงพอที่จะรองรับความเสียหายดังกล่าว

“แม้ว่าแนวโน้มเครดิตของไทยจะอยู่ในแดนลบ แต่เราก็คิดว่าอุทกภัยครั้งนี้คงไม่สามารถบ่อนทำลายความเชื่อมั่นทางเครดิตของรัฐบาลได้” คริสเตียน เดอ กุซมาน นักวิเคราะห์จากมูดี้ส์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวดาวโจนส์ นิวส์ไวร์ส

ขณะที่รายงานอีกชิ้นหนึ่งของ WCO ได้มุ่งเน้นไปที่การประเมินความเสี่ยงของภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ของญี่ปุ่นที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย

“ตัวอย่างเช่น โรงงานของฮอนด้า มอเตอร์ ที่ต้องระงับการผลิตหลายเดือนเพราะถูกน้ำท่วมนั้น อาจส่งผลต่อคาดการณ์ผลกำไรประกอบการในปีงบประมาณนี้ซึ่งอยู่ที่ 2.7 แสนล้านเยน ถึง 10%” นักวิเคราะห์ระบุ และกล่าวด้วยว่า หุ้นทั่วโลกของฮอนด้ามีแนวโน้มที่จะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง

รายงานยังระบุถึงบริษัทอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ อาทิ อีซูซุ มอเตอร์ส ที่เพิ่งเสนอโมเดลรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กออกมา โดยที่ฐานการผลิตส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทย แต่บริษัท นิสสัน มอเตอร์ และโตโยต้า มอเตอร์ อาจหลีกเลี่ยงการสูญเงินในระยะยาวได้ เพราะได้หาซัพพลายเออร์รายใหม่มาช่วยเสริมแล้ว

สำหรับบรรดาผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพนั้น นักวิเคราะห์ระบุว่า บริษัท แคนนอน อิงก์ น่าจะกวาดส่วนแบ่งการตลาดมาจากบริษัท นิคอน ได้ รวมถึงส่วนแบ่งอีกเล็กน้อยจากบริษัท โซนี่ เพราะทั้งสองบริษัทมีการผลิตกล้องดีเอสแอลอาร์ในประเทศไทย

ขณะที่นักวิเคราะห์ของไทยยังอยู่ระหว่างการปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปีนี้ถึงปีหน้า และราคาเป้าหมายของหุ้นที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมเลวร้ายกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร