
ประกันดาหน้าแจ้งฐานะแกร่ง
แม้ผลเสียหายน้ำท่วมไม่รู้จบสามัคคีฯสินไหมพุ่งพรวด10%
แม้ผลเสียหายน้ำท่วมไม่รู้จบสามัคคีฯสินไหมพุ่งพรวด10%
ประกันภัยดาหน้าแจงสินไหมน้ำท่วมไม่กระทบฐานะการเงิน เหตุทำประกันภัยต่อต่างประเทศ
นายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย เปิดเผยว่า จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากที่มีผู้เอาประกันแจ้งเหตุมาแล้ว 231 คนนั้น คาดว่ามูลค่าความเสียหายประมาณ 50 ล้านบาท
“คาดว่ามีผลกระทบต่อผลประกอบการไม่มาก เนื่องจากบริษัทได้จัดทำประกันภัยต่อต่างประเทศไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว” นายเรืองเดช กล่าว
นายเรืองเดช กล่าวว่า นอกจากนี้บริษัทยังได้ทำการสำรวจความเสียหายอย่างต่อเนื่อง โดยจะทราบมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงจะมีความชัดเจนภายหลังน้ำที่ลดลงแล้ว
นายวรวิทย์ โรจน์รพีธาดา กรรมการและเลขานุการบริษัท กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดความเสียหายของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม จะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินและการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพราะได้มีการกระจายความเสี่ยงภัย โดยการทำประกันภัยต่อไปยังบริษัทอื่นๆ ในต่างประเทศที่มีฐานะการเงินมั่นคง
นายจิรวุฒิ บุญศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย เปิดเผยว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เฉพาะเดือน ก.ย. บริษัทได้ทำการจ่ายค่าสินไหมทดแทนจำนวน 30.7 ล้านบาท ทำให้ค่าสินไหมทดแทนไตรมาส 3 ของปีนี้ เพิ่มขึ้น 10% จากงวดเดียวกันของปีก่อน หรือเป็นเงิน 325.5 ล้านบาท
ทั้งนี้ ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการสำรวจสถานการณ์ เพื่อประเมินความเสียหายทั้งหมดต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บริษัทยังคงมีอัตราค่าสินไหมทดแทน ต่อเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ 49.42% ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรา 51.02%
นายปิติพงศ์ พิศาลบุตร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นวกิจประกันภัย เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์ ล่าสุด ความเสียหายน่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจากที่ได้รายงานเบื้องต้นไว้ที่ประมาณ 2030 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการจัดทำประกันภัยต่ออย่างเพียงพอที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง หากสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมคลี่คลายในระดับที่สามารถเข้าไปประเมินความเสียหายได้แล้วบริษัทจะได้รายงานให้ทราบต่อไป
นายชวนชัย เชี่ยวสมุทร รองผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ เปิดเผยว่า จากการยังไม่สามารถควบคุมได้มีน้ำท่วมสูงในพื้นที่เศรษฐกิจและเขตอุตสาหกรรมหลายแห่งคาดว่าความเสียหายของบริษัทน่าจะเพิ่มสูงกว่าจำนวนความเสียหายที่ได้แจ้งไว้เบื้องต้น 260 ล้านบาทค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์น้ำยังไม่ลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายที่แท้จริงได้







