posttoday
11แบงก์ฟาดกำไร3.6หมื่นล.

11แบงก์ฟาดกำไร3.6หมื่นล.

21 ตุลาคม 2554

9เดือนอู้ฟู่1.1แสนล.โต34%ธนชาตมองBBLTISCOแกร่ง

9เดือนอู้ฟู่1.1แสนล.โต34%ธนชาตมองBBLTISCOแกร่ง

11 ธนาคารพาณิชย์ โกยกำไรสุทธิ 36,465 ล้านบาท โต 23% 9 เดือน ฟาดไปกว่า 1.1 แสนล้านบาท สินเชื่อโต-ดอกเบี้ยดี

ธนาคารพาณิชย์ รวม 11 แห่ง ประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปีนี้ มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 36,465.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,920.44 ล้านบาท หรือเติบโต 23.42% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 29,544.87 ล้านบาท

ทางด้านผลประกอบการรวม 9 เดือนแรกปีนี้ กำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 110,239.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28,007.50 ล้านบาท เติบโต 34.05 % จากที่มีกำไรสุทธิ 82,231.58 ล้านบาท ในช่วงเดียวของกันปีก่อน

นักวิเคราะห์มองว่าธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ทำกำไรได้ตามประมาณการในไตรมาส 3 เนื่องจากปล่อยสินเชื่อได้มาก ท่ามกลางคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น หลังจากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินกู้และเงินฝากตามดอกเบี้ยนโยบาย แต่มีธนาคารบางแห่ง เช่น ธนาคารทหารไทย (TMB) ที่มีกำไรเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว แต่กลับมีกำไรสุทธิโต 30% เศษ เนื่องจากตั้งสำรองหนี้มากกว่าปกติ

แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 และต่อเนื่องในปีหน้าคาดว่าธนาคารทั้งระบบคงจะมีกำไรไม่ดี เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) กล่าวว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 22.3% จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ เพิ่มขึ้นเป็น 2.88% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานลดลงเป็น 40%

สำหรับกำไรสุทธิในรอบ 9 เดือน มีจำนวน 21,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% โดยธนาคารให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น จำนวน 144,790 ล้านบาท หรือ 11.5% จากสิ้นปี 2553

ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพก็ดีขึ้น ณ สิ้นเดือน ก.ย. ลดลงเหลือ 42,024 ล้านบาท หรือ 2.8% ของสินเชื่อรวม อย่างไรก็ตามธนาคารได้ตั้งสำรองค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญอีกจำนวน 4,982 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินเพิ่มขึ้นเป็น 184.5%

บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ว่า น้ำท่วมรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ จึงมีโอกาสปรับลดประมาณการกำไรในปี 2555 ลง แต่การวิเคราะห์ในกรณีเลวร้ายสุด โดยสมมติให้การตั้งสำรองสูงกว่าปีนี้ 2 เท่า ส่งผลให้มูลค่าหุ้นทางบัญชีลดลง 2-7% แต่ BBL บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) มีการตั้งสำรองสูงกว่า 120% ในสิ้นเดือน มิ.ย. ทำให้มูลค่าหุ้นทางบัญชีลดลงไม่มาก จึงให้ราคาเป้าหมายหุ้น BBL และ TISCO ที่ 108 บาท และ 35 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ก.ย. BBL มีมูลค่าหุ้นทางบัญชี 122.40 บาท

ส่วนราคาหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวลงแรงต่อเป็นวันที่สอง ทำให้นักวิเคราะห์แนะนำให้ “ซื้อ” เกือบทั้งหมด ยกเว้น TMB

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค