
ทีโอที3จีเลื่อนตั้งบอร์ดยังนิ่งกระทบรายได้
น้ำท่วมกระทบทีโอที วิกฤต 3จี ภาคกลางเลื่อน สุญญากาศบอร์ดทำโครงการใหญ่ชะงัก
น้ำท่วมกระทบทีโอที วิกฤต 3จี ภาคกลางเลื่อน สุญญากาศบอร์ดทำโครงการใหญ่ชะงัก
รายงานข่าวจากคณะทำงานโครงการ 3จี ทั่วประเทศ บริษัททีโอที เปิดเผยว่า ภาวะน้ำท่วมหนักในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการ 3จี ทั่วประเทศ มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท ทำให้ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ในส่วนของภาคกลางได้ในเดือน พ.ย.ตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปติดตั้งสถานีฐานได้โดยเฉพาะใน จ.พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์
สำหรับบางพื้นที่ที่ติดตั้งเสร็จแล้ว ทีโอทีก็ไม่สามารถเข้าไปตรวจรับงานได้ รวมทั้งปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ คือ การหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทั้งหมดนี้ล้วนกระทบต่อทีโอทีอย่างมาก และยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ เป็นเท่าไร และทีโอทีจะสามารถเปิดให้บริการ 3 จีได้เมื่อใด เนื่องจากระดับน้ำยังไม่ลดลง
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการแก้ปัญหา ส่งผลให้เรื่องต่างๆ ที่ค้างคาอยู่ เช่น การตั้งคณะกรรมการ หรือบอร์ด ยังไม่เกิดขึ้น ทำให้โครงการใหญ่ของทีโอทีที่ต้องรอความเห็นจากบอร์ดต้องชะลอไปด้วย เช่น โครงการโครงข่ายอัจฉริยะเพื่ออนาคต หรือ เอ็นจีเอ็น มูลค่า 1 หมื่นล้านบาทที่จะเข้ามาช่วยเสริมบริการไฟเบอร์ทูเดอะโฮม ให้มีประสิทธิภาพและสร้างรายได้ให้ทีโอทีมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทีโอทีจะเร่งการติดตั้งในภาคเหนือให้เป็นไปตามกำหนดเพื่อสร้างรายได้บางส่วน รวมทั้งความร่วมมือกับคู่สัญญา คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เปิดโรมมิงดาต้า 6 หมื่นเลขหมาย ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีโอทีมีรายได้เพิ่มขึ้น
สำหรับแผนติดตั้งโครงข่าย 3จี ตามสัญญากิจการร่วมค้า เอสแอล คอนเซอร์เตียม ต้องติดตั้ง 2,320 แห่งให้เสร็จในปีนี้ และเพิ่มอีก 3,000 กว่าแห่ง ซึ่งตามแผนจะให้บริการทั่วประเทศได้ในเดือน พ.ค. 2555 ปัจจุบันทีโอทีเปิดบริการ 3จี 500 สถานี ผู้ใช้บริการ 3 แสนราย
แบ่งเป็นลูกค้าจากการให้เอกชนทำตลาด หรือ เอ็มวีเอ็นโอ 2.2 แสนราย และลูกค้าที่ทีโอทีทำตลาดเอง 8 หมื่นราย
ขณะที่มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น ได้ยกเว้นค่าบริการโทรศัพท์บ้านและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ภัยพิบัติ เป็นต้นโดยผู้ประสบภัยสามารถแจ้งขอยกเว้นค่าบริการได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า ทีโอที ทั่วประเทศ รวมทั้ง ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารให้กับหน่วยงานราชการและภาคเอกชนในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัย







