
ช่วยผู้ประสบภัยให้ครบวงจร
ฟังรายการ...รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน...เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าท่านนายกฯ
ฟังรายการ...รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน...เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าท่านนายกฯ
โดย..สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
ใช้เวลาเพียงสั้นๆ สามารถสื่อความอธิบายข้อมูลข้อเท็จจริงเรื่องน้ำท่วมได้อย่างกระชับเข้าใจง่าย ไหลลื่นต่อเนื่องอย่างน่าฟัง ท่านใช้ภาษาพูดแบบธรรมดาๆ ระดับชาวบ้านร้านค้าฟังแล้วรู้เรื่องโดยไม่ต้องตีความ
นี่ถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวของคนระดับผู้นำประเทศ
นาทีวิกฤตแบบนี้...เรื่องการสื่อสารพูดคุยกับประชาชนคนจำนวนมากนับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
การสื่อความต่อสาธารณะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เป็นเรื่องอ่อนไหวเกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของคนในยามวิกฤต มันจึงไม่ใช่เรื่องของการพูดเก่ง พูดคล่อง พูดต่อยหอย พูดจนลิงหลับ หรือพูดเล่นลิ้นเล่นคำทำสำนวนโวหาร หรือพูดจาขยายความเรื่อยเปื่อยแบบอวดภูมิโชว์พาว
และไม่แต่เพียงการพูดเท่านั้น การสื่อความนำเสนอเรื่องสำคัญมันเกี่ยวพันถึงบุคลิกภาพ อากัปกิริยา สีหน้าแววตาและท่าทางการแสดงออกของผู้นำเสนออีกด้วย คนประเภทหน้าตาไม่เป็นมิตร สายตาจิกกล้อง บุคลิกบ้องตื้นขาดความน่าเชื่อถือ อันนี้ควรจะเอาไปทำงานอย่างอื่นจะดีกว่า
พิธีกรหรือผู้ประกาศข่าวทั้งหลายจึงต้องมีการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดมาทำหน้าที่ ฉะนั้นในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ หากใครที่ไม่มีหน้าที่ หรือใครที่มีหน้าที่แต่ขาดคุณสมบัติดังว่า ขอแนะนำอย่าออกทีวีให้สัมภาษณ์เรื่องสำคัญๆ อีกเลย ชาวบ้านจะยิ่งสับสนและขาดความเชื่อถือรัฐบาลไปโดยปริยาย
กลับมาที่เนื้อหาสาระที่ท่านนายกฯ พูดในรายการ นอกจากข้อเท็จจริงของสถานการณ์แล้ว สัญญาณความเอื้ออาทรความห่วงใยและมาตรการความช่วยเหลือต่างๆ จากรัฐบาลมีความชัดเจนมาก
ส่วนที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้า ก็มีแผนแก้ปัญหาพร้อมเร่งดำเนินการเต็มที่ไม่มีหยุด
ส่วนแผนงานที่ต้องเยียวยาฟื้นฟูผู้คนที่เดือดร้อนถัดจากนี้ ก็มีหลายเรื่องรองรับพร้อมขยับในจังหวะต่อไปเช่นกัน
ท่านนายกฯ พูดทิ้งท้ายในรายการว่า รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยทั้ง...ร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน อย่างเต็มที่
ถึงตรงนี้ เมื่อฟังจากน้ำเสียง ดูจากสีหน้าแววตา ณ เวลาที่ท่านพูดแล้ว ต้องบอกว่า อุ่นใจขึ้นเยอะ พวกเราน่าจะมั่นใจในความมุ่งมั่นที่ท่านนายกฯ ประกาศไว้ได้
เพียงแต่ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงยิ่งนัก พี่น้องค่อนประเทศสุดแสนจะสาหัส หากเป็นไปได้ผมอยากเสนอท่านนายกฯ ได้โปรดพิจารณาช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มขึ้นอีกเรื่องนอกเหนือจากเรื่อง..ร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน...
นั่นคือ เรื่อง...หนี้สิน หากจะฟื้นฟูดูแลเรื่องทรัพย์สินที่เสียหาย ก็น่าจะเยียวยาปัญหาหนี้สินของผู้ประสบภัยควบคู่ไปด้วย จะถือเป็นการช่วยแบบครบวงจรชีวิตจริงๆ
น้ำท่วม...มันพัดพาบ้านช่องร้านค้าทรัพย์สินทุกอย่างลอยน้ำไป แต่มันไม่ได้พัดพาหนี้สินออกไปจากตัว
ตรงข้ามมันกลับจะหอบเอาหนี้สินรุงรังหลังน้ำลดมาบดขยี้เพิ่มปัญหาชีวิตอย่างไม่มีทางเลือก
ครั้งนี้ทั้งภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้า พินาศย่อยยับทั่วหน้า ชาวไร่ ชาวนา เกษตรกรต้องขาดรายได้ไปอีกนาน พี่น้องผู้ใช้แรงงานหลายแสนคนอาจถูกเลิกจ้าง
เจ้าของโรงงานต้องใช้เวลานานอีกหลายเดือน กว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตใหม่ ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยมากมายไม่สามารถค้าขายได้อย่างเคย
นาทีนี้ เงินทุกเม็ดจึงมีความหมายอย่างมาก ต้องใช้จ่ายให้น้อยที่สุด จำเป็นที่สุด ประหยัดที่สุด ในขณะที่เงินก้อนใหม่ยังไม่มีแววจะได้เพิ่ม
หากชาวบ้านผู้ประกอบการยังต้องผ่อนจ่ายหนี้สินที่มีอยู่เดิม งานนี้คงยากเกินที่จะมีชีวิตและจิตใจอยู่ต่อสู้ได้อีกต่อไป
ทางรอดของบรรดาลูกหนี้ที่โชคร้ายเหล่านี้ มีทางเดียว คือ ต้องหยุดการจ่ายหนี้ไว้ชั่วคราวสักระยะ เพื่อเอาเงินที่เหลืออยู่น้อยนิดไปใช้ประทังชีวิตให้ฟื้นชีพกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม แล้วจึงเริ่มสะสางหนี้เก่าหนี้ใหม่อย่างเต็มที่และเต็มใจในระยะต่อไป
ประเด็นนี้รู้ว่าเป็นโจทย์ยาก แต่เป็นเรื่องจำเป็นมากสำหรับคนใกล้สิ้นเนื้อประดาตัวจริงๆ
วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสุดๆ ของประเทศ ผู้ประสบภัยทั้งหลายได้รับความเสียหายรุนแรงมาก ทุกคนจนฉับพลันชั่วข้ามคืน เสมือนตกอยู่ในภาวะล้มละลาย
รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องทรัพย์สินแล้ว โปรดช่วยคลายปมเรื่องหนี้สินให้เป็นการด่วนด้วยเถอะครับ







