
น้ำท่วมทำศก.พัง1.7แสนล้าน
รัฐประเมินน้ำท่วมทำศก.พัง1-1.7แสนล้านบาทหรือ1-1.7%ของจีดีพีปัจจุบันธปท.พร้อมดูแลสินเชื่อนิคมจมน้ำ
รัฐประเมินน้ำท่วมทำศก.พัง1-1.7แสนล้านบาทหรือ1-1.7%ของจีดีพีปัจจุบันธปท.พร้อมดูแลสินเชื่อนิคมจมน้ำ
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง เปิดเผยว่า ผลการประชุมประเมินสถานการณ์อุทกภัยร่วมกับ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯด้านเศรษฐกิจพบว่า อุทกภัยครั้งนี้ค่อนข้างมีความรุนแรง ยังประเมินผลกระทบที่ชัดเจนไม่ได้ เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมยังดำเนินอยู่ แต่จากการประเมินของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)คาดการณ์ว่า สถานการณฺ์น้ำท่วมครั้งนี้ น่าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ จีดีพี ประมาณ 1-1.7%
"ผลกระทบศก.ตอนนี้ ยังเป็นไปได้ในสองด้าน คืออาจจะเยอะมากกว่านี้ ถ้ายังควบคุมสถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันหากเร่งขบวนการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว เช่นทำเขื่อนสร้างถนน อาจมีความเป็นไปได้ที่จะควบคุมความเสียหาย อยู่รในะดับ 1-1.7ของจีดีพี" นายธีระชัย กล่าว
นายกิตติรัตน์ เปิดเผยว่า นโยบายประชานิยมของรัฐบาลเช่น ค่าแรง300บาท จะต้องดำเนินต่อไปเพราะประเทศไทยไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมทั้งหมด ประชานิยม เป็นเรื่องของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ได้ประกาศชัดเจนแล้ว หลายโครงการไม่ได้ใช้เงินมาก และไม่ได้ใช้เงินในทันที เงินที่ใช้ในนโยบายประชานิยม ไม่ได้อยู่ในวงเงิน 8 หมื่นล้านบาทที่นำไปเยียวยาน้ำท่วม
นายประสาน ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธปท.กล่าวว่า จากการตรวจสอบเมื่อเดือนธ.ค.53 นิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดที่ถูกน้ำท่วมมียอดสินเชื่อคงค้าง 6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ 56% อีก 44% เป็นสินเชื่อของธนาคารต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.75%ของสินเชื่อทั้งระบบ แต่ไม่กระทบกับระบบการเงินหรือเป็นปัญหาหนี้เสียของสถาบันการเงิน
"แบงก์ชาติ จะติดตามประสานงานธนาคารพาณิชย์ และสาขาธนาคารต่างประเทศให้ดูแลผลกระทบกับผู้ประกอบการภาคเอกชนให้ลดหย่อยในเรื่องสินเชื่อ หรือดอกเบี้ย รวมทั้งดูแลสภาพคล่องในระบบให้มีเพียงพอพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถเดินต่อไป" นายประสาน กล่าว







