
หอฯกดดันเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐ-อียู
"หอการค้าไทย” กระทุ้งรัฐเดินหน้าเปิดเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐและไทย-อียู
"หอการค้าไทย” กระทุ้งรัฐเดินหน้าเปิดเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐและไทย-อียู
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้เข้าพบนายพิเชษฐ์ สถิรชวาล ผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) และเสนอให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าเปิดการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สหรัฐ และไทย-สหภาพยุโรป หลังการเจรจาต้องยุติลง ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยโดยรวมเสียประโยชน์ได้
“วันนี้เรานิ่งเงียบเพราะเรากลัว และเมื่อพูดถึงเอฟทีเอทีไรก็จะมีกลุ่มคนมาโวยวาย ดังนั้น แทนที่เราจะคิดว่าเจรจาแล้ว ได้หรือเสียอะไร แต่ควรคิดว่าหากไม่เจรจาแล้วเราจะเสียประโยชน์หรือไม่”นายพรศิลป์กล่าว
นายพรศิลป์ ระบุว่า ขณะนี้หลายประเทศในอาเซียนอยู่ระหว่างเจรจาข้อตกลงเอฟทีเอกับสหรัฐและยุโรป เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ขณะที่การเจรจาเอฟทีเอสิงคโปร์-สหรัฐ มีการหยิบยกประเด็นเปิดเสรีสินค้าอาหารและเกษตร ซึ่งหมายความการลงทุนด้านอาหารและเกษตรของสิงคโปร์ที่ใดก็ตามในอาเซียน สิงคโปร์จะได้สิทธิ์ส่งออกสินค้าเกษตรฯไปสหรัฐในอัตรา 0% หรือต่ำมากเมื่อเทียบกับไทย
นายพรศิลป์ กล่าวว่า ตนได้เสนอรัฐบาลให้จัดตั้งศูนย์จัดหาแรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า กัมพูชา และลาว เพื่อจัดหาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านมาทำงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูง อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร เพื่อลดต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งปัจจุบันเอกชนมีความต้องการแรงงานที่ไม่มีทักษะเหล่านี้ 3 แสนคน
นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า จะนำข้อเสนอการจัดตั้งศูนย์จัดหางานในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อจัดหาแรงงานตางด้าวป้อนอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูง ขณะที่การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวตั้งแต่ต้นทาง และผู้ประกอบการไทยสามารถกำหนดคุณสมบัติแรงงานได้ตามความต้องการ ทั้งนี้ ตนจะเสนอน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาเรื่องนี้ต่อไป
นอกจากนี้ การตั้งศูนย์จัดหาแรงงานโดยตรงจากประเทศเพื่อนบ้าน จะช่วยลดการนำเข้าแรงงานผิดกฎหมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ต้องวิ่งไล่จับแรงงานต่างด้าว ส่วนผู้ประกอบการเองก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องจ่ายสินบนเพราะการทุจริตคอร์รัปชั่น และสามารถควบคุมดูแลแรงงานต่างด้าวเพื่อไม่สร้างปัญหาต่อสังคมได้







