
บินไทยไฟเขียวซื้อหุ้นนกแอร์ 165 ล้านบาท
บอร์ดบินไทยไฟเขียวซื้อหุ้นนกแอร์ 165 ล้านบาท เชื่อผลตอบแทนการลงทุนกว่า 10% พร้อมส่งดีดีนั่งคุม
บอร์ดบินไทยไฟเขียวซื้อหุ้นนกแอร์ 165 ล้านบาท เชื่อผลตอบแทนการลงทุนกว่า 10% พร้อมส่งดีดีนั่งคุม
นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการ(บอร์ด) บริษัทการบินไทย เปิดเผยว่า บอร์ดได้อนุมัติการซื้อหุ้นในบริษัทสายการบินนกแอร์ ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) นกแอร์ จากธนาคารกรุงไทย สัดส่วน 10%จำนวน 5 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 33 บาท รวม 165 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทการบินไทยถือหุ้นเพิ่มเป็น 49% จากเดิม 39% เพื่อให้บริษัทสามารถกำหนดกลยุทธ์การตลาด ด้านการแข่งขัน และการชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ได้
ทั้งนี้การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นดังกล่าว การบินไทยเชื่อว่ามีความคุ้มค่าด้านการลงทุน เนื่องจากผลประกอบการนกแอร์สามารถทำกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาได้ปันผลให้กับผู้ถือหุ้น 10% โดยบอร์ดเชื่อว่าแผนธุรกิจที่นกแอร์เตรียมเปลี่ยนฝูงบินเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 787-800 จำนวน 12 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ประหยัดน้ำมัน การบริหารต้นทุนค่าน้ำมัน บุคลากร เชื่อว่าในอนาคตจะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้มากกว่า 10%
“ผมเห็นถึงแผนยุทธศาสตร์ที่ดีของนกแอร์ โดยในปีนี้อาจทำกำไรได้ถึง 400 ล้านบาท การหมุนเวียนการใช้เครื่อง แผนการขยายเส้นทางรองให้ครอบคลุมทั้งประเทศ มองว่าความคุ้มค่าที่ได้มามากกว่าราคาหุ้นที่ 33 บาท” นายอำพน กล่าว
นอกจากนี้ การถือหุ้นเพิ่มทำการบินไทยมีบอร์ดในสายการบินนกแอร์เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย จากเดิม 4 ราย โดยบอร์ดเห็นชอบแต่งตั้งนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย เป็นบอร์ดนกแอร์ เพื่อร่วมกำหนดแผนกลยุทธ์การทำงาน
นายอำพน กล่าวว่า บริษัทการบินไทยจะมีความแข็งแกร่งในธุรกิจการบินไทย โดยแต่ละแบรนด์จะมีกลุ่มลูกค้าและตำแหน่งการบริการที่ชัดเจน โดยนกแอร์ให้บริการในกลุ่มโลว์คอสต์ ที่ให้บริการเส้นทางในประเทศ ขณะที่สายการบินไทย สมาย จะเน้นการให้บริการระดับภูมิภาค ส่วนการบินไทยจะให้บริการเส้นทางในประเทศที่เป็นเส้นทางหลักในปัจจุบัน
นอกจากนี้บอร์ดได้เห็นชอบให้โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเข้าสู่แผนการฟื้นฟูกิจการภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย โดยได้สั่งการให้ผู้บริหารการบินไทยเข้าไปศึกษาถึงสาเหตุที่ทำให้กิจการขาดทุน เช่น การบริหารจัดการ ด้านการตลาด ฯลฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน
ทั้งนี้หากแผนฟื้นฟูดังกล่าวจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่ม เพื่อเสริมสภาพคล่องการบินไทยยินดีเพิ่มทุน เนื่องจากเชื่อว่าพื้นที่ตั้งโรงแรมท่าอากาศยานฯมีศักยภาพและเป็นโรงแรมเดียวที่อยู่บริเวณสนามบิน รวมถึงผู้โดยสารใช้บริการสายการบินเพิ่มขึ้นทุกปี หากมีการบริหารจัดการที่ดี เชื่อว่าโรงแรมจะสามารถสร้างผลกำไรในอนาคตได้
นายสมชัย สวัสดีผล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ในฐานะรักษาการ ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ในวันที่ 18 ต.ค.นี้ จะเชิญผู้แทนของบริษัทการบินไทยและธนาคาร กรุงไทยในฐานะผู้ถือหุ้นเข้าหารือในเรื่องนี้
นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัทการบินไทย กล่าวว่า หลังจากที่บอร์ดการบินไทยได้ความเห็นชอบเรื่องของแผนฟื้นฟูโรงแรมสุวรรณภูมิ การดำเนินการหลัง จากนี้ต้องรอ ทอท.ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่เรียกประชุมก่อน ซึ่งจะต้อหารือถึงแนวทางการดำเนินการต่างๆด้วย
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นโยบายหลักของกระทรวงคมนาคมเห็นควรให้เร่งดำเนินการแผนฟื้นฟูกิจการ สิ่งสำคัญต้องยกเลิกสัญญาการว่างจ้างกลุ่มกิจการร่วมค้ายูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที หรือ ยูเอช กรุ๊ปในเครือแอคคอร์ ซึ่งพบว่าการทำสัญญาทำให้ ทอท.เสียเปรียบขณะนี้พบว่ามีหลายเหตุผลที่นำไปสู่การยกเลิกสัญญาได้ เพราะตั้งแต่ปี 2549 เปิดดำเนินการประสบภาวะขาดทุนตลอด ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้ธนาคารระงับการปล่อยเงินกู้
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โรงแรมสุวรรณภูมิ ประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก เฉลี่ยเดือนละ 100 ล้านบาท ทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน เพราะธนาคารทหารไทยได้ระงับการปล่อยสินเชื่อ เนื่อง จากมีหนี้สินต่อทุนเพิ่มสูงขึ้น 6 เท่า ขณะที่อัตราที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 2 เท่า







