posttoday
‘ประยุทธ’จ้องเทกGOLD

‘ประยุทธ’จ้องเทกGOLD

14 ตุลาคม 2554

หุ้นพื้นฐานแกร่งจ่อเทิร์นอะราวด์เชื่อฝีมือปั้นเทียบชั้นยักษ์อสังหาฯ

หุ้นพื้นฐานแกร่งจ่อเทิร์นอะราวด์เชื่อฝีมือปั้นเทียบชั้นยักษ์อสังหาฯ

“ประยุทธ มหากิจศิริ” ส่งลูกซื้อหุ้นแผ่นดินทองฯ เพิ่มเป็น 23% หวังเทกโอเวอร์ รุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เต็มสูบ

นายประยุทธ มหากิจศิริ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี้ส์ (TFI) เปิดเผยว่า ได้เข้าไปซื้อหุ้นบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) เพิ่มอีกประมาณ 16% ส่งผลให้มีหุ้นในมือรวม 23% และหากมีโอกาสเหมาะสมก็อาจจะเข้าไปซื้อเพิ่มเพื่อครอบงำกิจการ (เทกโอเวอร์) เพราะเห็นว่าเป็นบริษัทพื้นฐานดี โครงการที่ลงทุนไปกำลังจะสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทในอนาคต

“เราซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติในราคาหุ้นละ 4.50 บาท ซึ่งแพงกว่าตลาดที่อยู่แถวๆ 3.60 บาท แต่คิดว่าคุ้มค่า เพราะเป็นบริษัทที่มีทรัพย์สินสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท มีมูลค่าหุ้นทางบัญชี 7 บาทต่อหุ้น หากบริหารจัดการดีก็จะกลับมามีกำไรอย่างรวดเร็ว” นายประยุทธ กล่าว

‘ประยุทธ’จ้องเทกGOLD

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับการทาบทามจากผู้บริหารให้เข้าร่วมเป็นกรรมการ เพราะเพิ่งซื้อหุ้นเสร็จ แต่หากได้รับการทาบทามก็จะนำประสบการณ์และวัฒนธรรมแบบไทยเข้าไปผสมผสานกับเทคโนโลยีของผู้บริหารต่างชาติ เพื่อนำพาบริษัทไปสู่ผู้ประกอบการแถวหน้าของประเทศ

“เดิมทีแผ่นดินทองฯ เป็นบริษัทของคนไทย ก่อตั้งโดยคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ แต่หลังจากที่คุณหญิงลาออกไปก็ไม่มีผู้ลงทุนคนไทยอีกเลย ผมจึงไปขออนุญาตคุณหญิงเข้ามาสะสางบริษัท เพราะคิดว่าการให้ฝรั่งบริหารดีครึ่งเดียว เขาเก่งโนฮาว แต่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับประเทศไทย ไม่รู้ความต้องการของคนไทย ดังนั้นถ้าเอาข้อดีของทั้งสองส่วนมาผสมผสานกันได้ก็จะเป็นผลดีต่อบริษัทมาก” นายประยุทธ กล่าว

สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาของบริษัท แผ่นดินทองฯ ประกอบด้วย โครงการ “สาทร สแควร์” ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานที่มีพื้นที่ให้เช่า 7 หมื่นตารางเมตร ปัจจุบันมีผู้เช่าแล้วประมาณ 4 หมื่นตารางเมตร และโครงการ “ดับเบิลยู โฮเทล” ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับ 6 ดาว ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการ “สาทร สแควร์”

นายทัศพร คุปตารักษ์ กรรมการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ แจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ว่า เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 2554 น.ส.อุษณา มหากิจศิริ ได้ซื้อหุ้นของบริษัทเพิ่มจำนวน 97,336,862 หุ้น คิดเป็น 8.58% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ส่งผลให้มีหุ้นในมือรวม 13.38% รวมทั้งได้ซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (วอร์แรนต์) จำนวน 44,198,682 หน่วย ส่งผลให้ถือวอร์แรนต์เพิ่มเป็น 6.03%

นอกจากนี้ นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ได้ซื้อหุ้นของบริษัทจำนวน 84,043,205 หุ้น คิดเป็น 7.41% ทำให้มีหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 8.75%

ด้านแหล่งจากข่าววงการอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า การซื้อหุ้นและวอร์แรนต์ครั้งนี้คาดว่าใช้เงินประมาณ 860.41 ล้านบาท และเป็นแผนรุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบเต็มตัวของกลุ่ม “มหากิจศิริ” หลังจากที่เคยพัฒนาสนามกอล์ฟเมาน์เท่นครีก กอล์ฟ รีสอร์ต แอนด์ เรสซิเด้นท์ และโครงการคอนโดมิเนียมเดอะเนสมาแล้ว นอกจากนี้กลุ่ม “มหากิจศิริ” ยังมีที่ดินเปล่ามากมาย เช่น ที่ดิน 2 แปลงบริเวณถนนพระราม 4 และถนนนราธิวาสราชนครินทร์

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน