
น้ำท่วมปิดปั๊มน้ำมัน-ก๊าซ 72 แห่ง
"พิชัย”แจงผลกระทบน้ำท่วมปั๊มน้ำมัน-ก๊าซฯปิด72แห่ง 14จังหวัด ยันการขนส่งน้ำมัน-ก๊าซฯยังไม่มีปัญหา
"พิชัย”แจงผลกระทบน้ำท่วมปั๊มน้ำมัน-ก๊าซฯปิด72แห่ง 14จังหวัด ยันการขนส่งน้ำมัน-ก๊าซฯยังไม่มีปัญหา
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานปล่อยขบวนรถขนส่งน้ำมันเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในโครงการ “ปตท.เติมน้ำใจให้น้ำมัน แบ่งปันผู้ประสบภัยน้ำท่วม”ภายใต้โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯว่า ขณะนี้มีปั๊มน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนต้องปิดดำเนินการไปแล้ว 72 แห่ง ครอบคลุม 14 จังหวัด โดยส่วนใหญ่เป็นปั๊มน้ำมันปตท. 18 แห่ง บางจาก 26 แห่ง เชลล์ 5 แห่ง และปั๊มขนาดเล็ก ในขณะที่มีปั๊มก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) 26 แห่ง ส่วนการจัดส่งน้ำมันไปในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงหนือยังไม่มีปัญหาเนื่องจากยอดการใช้น้ำมันชะลอตัวลง ประกอบกับบริษัทน้ำมันได้มีการปรับเส้นทางการเดินรถหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม
ทั้งนี้ได้ร่วมกับปตท.ในการจัดน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันเครื่อง รวม 4.8 แสนลิตร รวมมูลค่า 25 ล้านบาท ไปให้กับผู้ประสบภัยตลอดจนหน่วยบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ สำหรับใช้เติมเครื่องยนต์รถและเรือ โดยจะบรรจุน้ำมันลงถังขนาด 15 ลิตร เพื่อสะดวกในการแจกจ่ายในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน ในจ.อยุธยา ซึ่งหลังจากนี้จังหวัดอื่นมีความต้องการน้ำมันเพิ่มก็พร้อมที่จะดำเนินการให้
นอกจากนี้ยังได้สั่งให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยหน่วยบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ต่างๆที่ขาดแคลนน้ำมัน สามารถแจ้งไปยังหน่วยงานจังหวัดแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะกระสานงานมายังกระทรวงพลังงานเพื่ออนุมัติแจกจ่ายต่อไป
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ปตท.ยังไม่พิจารณาปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันในช่วงนี้ แม้ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม โดยล่าสุดค่าการตลาดน้ำมันในกลุ่มแก๊สโซฮอล์เฉลี่ยอยู่ที่ 70 สต./ลิตร เท่านั้น
ทั้งนี้จากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ส่งผลให้ยอดจำหน่ายน้ำมันปรับลดลง โดยภาพรวมยอดจำหน่ายน้ำมันกลุ่มเบนซินอยู่ที่วันละ 22 ล้านลิตร ปรับลดลงไปจากเดิมวันละ 23 ล้านลิตร หรือลดลง 4% ซึ่งถือว่าลดลงน้อยกว่าช่วงที่ปตท.ตรึงราคาน้ำมันไว้ต่ำกว่ากว่าราคาของผู้ค้าน้ำมันต่างชาติ ส่วนยอดจำหน่ายดีเซลปรับลดลงไปถึง 7%
อย่างไรก็ตามปตท.ได้เปิดศูนย์ประสานงานในพื้นที่ประสบภัย ช่วยเหลือฉุกเฉินในเขตจังหวัดที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ จำนวน 8แห่ง ดังนี้ เขตภูมิภาคที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ณ ศาลากลางจังหวัด จ.อ่างทอง ณ ที่ว่าการอำเภอไชโย จ. สระบุรี ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. เสาไห้
จ.นครสวรรค์ ณ สนามกีฬากลางประจำจังหวัด จ.พิษณุโลก ณ ศาลากลางจังหวัด เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ณ ถนนรังสิต-นครนายก อยุธยา กม. 55 และสถานีบริการน้ำมันนาคสวัสดิ์ จ.สมุทรปราการ โดยแต่ละศูนย์ในส่วนภูมิภาค จะมีอาหารกล่อง 15,000 กล่อง/วัน(ยกเว้นกรุงเทพฯ)น้ำดื่ม 20,000 ขวด/วัน ถุงยังชีพ 1,000 ถุง ชุดฉุกเฉิน
สำหรับประชาชนผู้เดือดร้อน นอกจากนี้ยังเตรียมเครื่องกรองน้ำ ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่งจะพยายามเติมน้ำให้เต็มตลอดเวลา สุขาเคลื่อนที่ 10 ห้อง และสุขาขนาดเล็กไว้บริการประชาชน สำหรับในเขตกรุงเทพมหานครจะแจกถุงทราย 6,000 ถุง และ ถุงเปล่าไม่มีทราย 20,000 ถุง







