
สินเชื่อบ้านสำลัก
ยอดปล่อยกู้หด-หนี้เสียส่อเพิ่มปรับเป้าหมายใหม่-ธอส.ลุย0%
ยอดปล่อยกู้หด-หนี้เสียส่อเพิ่มปรับเป้าหมายใหม่-ธอส.ลุย0%
ธนาคารกระอักสินเชื่อบ้านสำลักน้ำ เตรียมออกมาตรการอุ้มลูกค้าน้ำท่วมคุมหนี้เน่า
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในขณะนี้ จะส่งผลให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารในเดือนนี้เติบโตลดลง 50% จากระดับปกติที่ปล่อยกู้ใหม่ได้ 2,500-2,700 ล้านบาท ขณะที่ยอดสินเชื่อใหม่ในเดือน พ.ย.ธ.ค.จะหายไปอีกไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการบริหารได้ประชุมเพื่อประเมินผลกระทบและทบทวนเป้าหมายใหม่ไปแล้ว 2-3 ครั้ง เนื่องจากคาดว่าสินเชื่อบ้านทั้งปี จะเติบโตได้ต่ำกว่าเป้าที่ 18% อย่างไรก็ตามสินเชื่อรวมในปีนี้ยังคงเป้าหมายเอาไว้ที่ 11%
ขณะที่แผนธุรกิจสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปีหน้านั้น ในเบื้องต้นธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อใหม่เอาไว้ที่ 18% แต่ตัวเลขดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยน เนื่องจากธนาคารต้องนำผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมและเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเข้ามาคำนวณด้วย “สินเชื่อบ้านในปีนี้เราคงไม่เป็นไปตามเป้า โดย 9 เดือนแรกเราโตได้ 15% แต่เรื่องน้ำท่วมจะส่งผลทางจิตวิทยาให้ทุกอย่างชะลอไปหมด สินเชื่อใหม่ที่คาดว่าจะได้ในไตรมาสสุดท้ายคงหายไป เอ็นพีแอลก็มีโอกาสสูงขึ้น เพราะลูกค้าเราในพื้นที่ประสบภัยก็มีพอสมควรแต่เชื่อว่ายังควบคุมได้” นายฐากร กล่าว
ปัจจุบันธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดของแพ็กเกจช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเบื้องต้นสำหรับลูกค้าที่มีหลักประกัน ธนาคารจะให้เข้าโครงการเพื่อยึดระยะเวลาการผ่อนชำระ ลดค่างวดและคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ขณะที่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจะพิจารณาเป็นรายกรณีไป สำหรับในรายที่ได้รับผลกระทบรุนแรงอาจต้องปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ทั้งหมด
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างทบทวนแผนสินเชื่อรายย่อยปีหน้าอีกครั้ง เพราะมีปัจจัยจากปัญหาน้ำท่วม เศรษฐกิจในและต่างประเทศ อย่างไรก็ดีสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคาร 60% เป็นลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนอีก 30% เป็นลูกค้าต่างจังหวัด และคาดว่าปัญหาน้ำท่วมอาจส่งผลให้ลูกค้าประมาณ 15% ชะลอการโอนบ้าน เพราะต้องการเลือกทำเลใหม่ โดยพิจารณาเรื่องน้ำท่วมเป็นหลัก
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีลูกค้าขอความช่วยเหลือจากธนาคารเข้ามาแล้วกว่า 560 ราย เป็นลูกค้าบุคคลกว่า 500 ราย ลูกค้าธุรกิจ 60 ราย ซึ่งมีทั้งที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการโดนน้ำท่วม หรือทางอ้อมที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับซัพพลายเชน ต่างๆ หรือทางด้านการคมนาคม ขนส่งวัตถุดิบ โดยเฉพาะในเขตนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารพร้อมให้สินเชื่อบ้านหลังแรกในวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 0% นาน 3 ปี สำหรับกู้ซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ ปลูกสร้าง และซื้อทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของ ธอส. โดยจะเปิดรับเรื่องยื่นกู้วันแรกในวันที่ 11 ต.ค.นี้
เงื่อนไขในการขอสินเชื่อ ต้องเป็นบ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือกู้พร้อมราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือกู้เพื่อปลูกสร้างบนที่ดินของตัวเองได้ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยที่ผู้ยื่นขอสินเชื่อต้องไม่เคยมีบ้านหลังแรกมาก่อน กรณีที่เคยกู้ร่วมแต่ไม่ได้เป็นเจ้าบ้านสามารถยื่นขอสินเชื่อได้







