
พลังงานแนะปตท.ซื้อ‘แทปไลน์’
“พิชัย” ส่งซิก ปตท. ซื้อหุ้นบริษัท แทปไลน์ ในส่วนของต่างชาติ หวังดันท่อส่งน้ำมันเหนืออีสาน 1.58 หมื่นล้านบาทแจ้งเกิด
“พิชัย” ส่งซิก ปตท. ซื้อหุ้นบริษัท แทปไลน์ ในส่วนของต่างชาติ หวังดันท่อส่งน้ำมันเหนืออีสาน 1.58 หมื่นล้านบาทแจ้งเกิด
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานและบริษัท ปตท. ไปศึกษาความเป็นไปได้ที่ ปตท.จะเข้าไปซื้อหุ้นของบริษัท แทปไลน์ ซึ่งดำเนินธุรกิจท่อส่งน้ำมันในส่วนที่บริษัทต่างชาติที่ถือหุ้น จากเดิมที่ ปตท.มีสัดส่วนถือหุ้นอยู่แล้ว 33.19% เพื่อทำให้มีสัดส่วนหุ้นมีมากขึ้น และสามารถผลักดันโครงการท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ให้เกิดเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ มีความจำเป็นต้องวางแผนระยะยาว เพื่อบริหารจัดการเรื่องการขนส่งน้ำมันให้มีประสิทธิภาพขึ้น เพื่อลดอุปสรรคในการขนส่งน้ำมันทางรถยนต์ ซึ่งโครงการท่อขนส่งน้ำมันสายเหนืออีสาน ทางกรมธุรกิจพลังงานได้มีการศึกษาโครงการไว้แล้วในด้านวิชาการเพียงแต่ยังไม่มีการระบุว่าใครควรจะเป็นผู้ลงทุน ประกอบกับที่ผ่านมาผู้ถือหุ้นในส่วนของต่างชาติของบริษัท แทปไลน์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจท่อขนส่งน้ำมันในไทย ยังไม่สนใจที่จะลงทุนเพิ่มในโครงการใหม่ๆ
สำหรับโครงการท่อขนส่งน้ำมันสายเหนืออีสาน จะแบ่งเป็น 2 เส้น คือ 1.ระบบท่อส่งน้ำมันสระบุรีเชียงใหม่ 400 กม. ลงทุน 4,400 ล้านบาท 2.ระบบท่อส่งน้ำมันสระบุรีขอนแก่น 400 กม. ลงทุน 4,400 ล้านบาท นอกจากนี้แต่ละเส้นทางจะสร้างคลังน้ำมันจังหวัดรายทาง ลงทุนรวม 7,700 ล้านบาท ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก ลำปาง นครราชสีมา และขอนแก่น
“ผมอยากให้ ปตท.ไปดูว่า จะสามารถซื้อหุ้นแทปไลน์เพิ่มได้อีกแค่ไหน เพื่อทำให้โครงการท่อส่งน้ำมันสายเหนืออีสานเกิดขึ้นได้ เพราะขณะนี้ต้องมีการวางแผนระยะยาวในเรื่องการขนส่งน้ำมันควรจะใช้ระบบท่อ จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องราคาน้ำมันในต่างจังหวัด ที่ยังมีราคาแพงกว่าใน กทม. เฉลี่ย 12 บาท/ลิตร เพราะนำระบบท่อน้ำมันมาใช้ขนส่งราคาจะต่างกันเพียง 10 สต. เท่านั้น ขณะเดียวกันจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานด้วย อย่างกรณีน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้รถน้ำมันก็ไม่สามารถขนส่งได้ แต่ถ้ามีท่อน้ำมันก็ไม่มีปัญหาตรงนี้” นายพิชัย กล่าว
ปัจจุบันบริษัท แทปไลน์ ปตท.ถืออยู่ 33.19% เอสโซ่ 20.66% เชลล์ 14.87% เชฟรอน 9.91% ไทยออยล์ 9.19% คูเวตปิโตรเลียม 4.96% ปิโตรนาส 3.97% และบีพี 3.24%







