
ยาง8แสนไร่ส่อล่มลุ้นเพื่อไทยหารือ!
สกย.เผยยางพารา 8 แสนไร่ส่อล่ม หลังชงตั้งงบปี 2555 ไม่ได้ รอรัฐบาลปูชี้ชะตา
สกย.เผยยางพารา 8 แสนไร่ส่อล่ม หลังชงตั้งงบปี 2555 ไม่ได้ รอรัฐบาลปูชี้ชะตา
นายเชาว์ ทรงอาวุธ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการสงเคราะห์ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมการปลูกยางพาราในพื้นที่ใหม่ 8 แสนไร่ในปีที่ 2 คือปี 2555 จำนวน 3 แสนไร่ ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ เนื่องจากไม่สามารถตั้งงบประมาณในปี 2555 โดยต้องรอว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีนโยบายอย่างไรต่อไป ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง (บอร์ด กสย.) ที่มีนายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน รับว่าจะนำเรื่องนี้ไปหารือต่อที่ประชุมพรรคเพื่อไทยก่อน
“ทั้งนี้ เนื่องจากมติ ครม. วันที่ 21 ธ.ค. 2553 ระบุว่า งบประมาณในการดำเนินโครงการจะใช้การแปรญัตติของ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทยมาใช้ แต่ พ.ร.บ.ดังกล่าวยังไม่ผ่านสภา ในขณะที่มติ ครม. วันที่ 20 เม.ย. 2554 ระบุว่าจะต้องใช้ผลการศึกษาตามข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาประกอบด้วย ซึ่งผลการศึกษาเพิ่งเสร็จทำให้ตั้งงบประมาณในปี 2555 ไม่ทัน ซึ่งในที่ประชุม รมช.บอกว่าเป็นโครงการที่ดี แต่ต้องไปหารือที่ประชุมพรรคเพื่อไทยว่ามีความเห็นในโครงการนี้อย่างไร เพื่อที่จะได้หาแนวทางเดินหน้าโครงการต่อไป” นายเชาว์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากว่าในปี 2555 จะไม่มีงบประมาณดำเนินโครงการ สกย.จะขอใช้งบประมาณเหลือของปี 2554 ของโครงการ 2 แสนไร่ แต่ส่งเสริมการปลูกได้เพียง 6 หมื่นไร่ มาดำเนินโครงการในส่วนที่เหลือในปี 2555 ไปก่อน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ถึง 2 แสนราย
สำหรับผลการศึกษาการดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกยางพาราตามนโยบายของรัฐบาล ที่ สกย. ให้มหาวิทยาลัย บูรพาศึกษา เบื้องต้นผลการศึกษารายงานว่า โครงการส่งเสริมการปลูกยางพาราให้กับเกษตรกรรายย่อยนั้นเป็นโครงการที่ดี ทำให้สภาพเศรษฐกิจและสังคมดีขึ้นโดยเฉพาะทำให้ประชาชนในวัยแรงงาน ไม่ต้องทิ้งถิ่นไปทำงานในกรุงเทพฯ และเกษตรกรสามารถมีรายได้เสริมจากากรปลูกพืชแซม เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามผลการศึกษาระบุว่าสำหรับข้อเสีย คือเกษตรกรไม่มีทุนที่จะดูแลสวนต่อเนื่องภายหลังเสร็จสิ้นระยะเวลาที่รัฐเข้ามาดูแลคือ 3 ปี ในขณะที่ยางพาราจะต้องดูแลถึง 5 ปี ทำให้ต้นยางพาราโตไม่ได้ขนาดตามวิชาการ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยางจำนวนมากจะสามารถกรีดได้เมื่ออายุ 8 ปีในขณะที่ปกติจะใช้เวลา 7ปีจะสามารถเปิดกรีดได้ ทั้งนี้ผลการศึกษาระบุว่า เกษตรกรต้องการให้รัฐหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกรเพื่อใช้ในการดูแลบำรุงต้นยาง รวมทั้งการให้ความรู้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง







