
ต่างชาติตื่นฉุดเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบปี
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์แนวโน้มค่าเงินบาทในรอบสัปดาห์นี้ (10-14 ต.ค. 2554)
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์แนวโน้มค่าเงินบาทในรอบสัปดาห์นี้ (10-14 ต.ค. 2554)
โดย..ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ว่าน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.8031.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยคงต้องจับตาการตอบรับของตลาดการเงินในช่วงต้นสัปดาห์ หลังการรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ การหารือระหว่างเยอรมนีฝรั่งเศส ในช่วงวันที่ 9 ต.ค. ผลการลงมติการมอบอำนาจเพิ่มเติมให้แก่กองทุน EFSF ของมอลตาและสโลวาเกีย การประชุมระดับรัฐมนตรีคลังของกลุ่ม จี20
รวมถึงการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค. ยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน ส.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และบันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 2021 ก.ย.ที่ผ่านมา
สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปี ก่อนพลิกกลับมาแข็งค่าอย่างมากช่วงท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทร่วงลงแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปีในช่วงต้นสัปดาห์ หลังถูกกดดันจากกระแสการขายสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางสัญญาณด้านลบจากวิกฤตหนี้ของยุโรป ที่ฐานะการคลังที่ย่ำแย่ของกรีซและการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารบางแห่งในยุโรป
อย่างไรก็ดี เงินบาทดีดตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยหักล้างช่วงติดลบลงทั้งหมด หลังจากที่นักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้าซื้อสุทธิหุ้นไทยท่ามกลางความคาดหวังมากขึ้น ขณะที่ทางการยุโรปกำลังพยายามควบคุมวิกฤตหนี้และปกป้องภาคการเงินของยุโรป และเงินบาทยังมีปัจจัยบวกจากทิศทางการแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาคอีกด้วย ในวันศุกร์ที่ 7 ต.ค. เงินบาทปิดตลาดที่ 30.98 จากระดับ 31.07 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดเงินระยะสั้น
อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นค่อนข้างทรงตัว ธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ โดยอัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืนหนาแน่นที่ระดับ3.43.45% เทียบกับ 3.4% ในสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ย ที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี ระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน อยู่ที่ 3.5% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน
ตลาดพันธบัตร
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.53% ในวันศุกร์ ลดลงจาก 3.6% ในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางและยาวปรับตัวลดลง จากแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มกองทุน
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 1.99% ในวันพฤหัสบดี ปรับขึ้นจาก 1.92% ในสัปดาห์ก่อนหน้า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังกรีซอาจไม่สามารถปรับลดการขาดดุลงบประมาณตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ ด้านเฟดเริ่มซื้อพันธบัตรระยะยาวตามแผน Operation Twist
อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังประธานเฟดระบุว่า พร้อมที่จะออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อดูแลเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งจากท่าทีของธนาคารกลางยุโรปที่จะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบธนาคาร
เงินยูโรและเงินเยน
เงินยูโรร่วงลงต่ำสุดในรอบ 9 เดือนเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ก่อนฟื้นกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยเงินยูโรถูกกดดันในช่วงต้นสัปดาห์จากความกังวลต่อภาคธนาคารของยุโรปและปัญหาหนี้ของกรีซที่รุนแรงขึ้น หลังกรีซออกมายอมรับว่า อาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณในปี 25542555 ได้
ทั้งนี้ เงินยูโรทยอยแข็งค่ากลับมาในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ท่ามกลางความคาดหวังต่อการผลักดันมาตรการแก้ไขวิกฤตหนี้ หลังเยอรมนีเปิดเผยว่า จะมีการใช้เงินจาก EFSF เพื่อเพิ่มทุนให้กับธนาคารที่ประสบปัญหา ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปประกาศมาตรการเสริมสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงิน พร้อมกับเริ่มโครงการซื้อ Covered Bond อีกครั้งมูลค่า 4 หมื่นล้านยูโร ส่งผลให้เงินเยนขยับแข็งค่าขึ้น หลังได้แรงหนุนสำคัญจากการเปิดเผยฐานะการคลังของกรีซที่มีแนวโน้มย่ำแย่ลงกว่าที่เคยประเมินไว้ในปี 25542555 และแรงหนุนในช่วงท้ายสัปดาห์จากคำสั่งขายเงินเหรียญสหรัฐของกลุ่มผู้ส่งออกญี่ปุ่น
สรุปตลาดยุโรปในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินยูโรอยู่ที่ 1.3435 เทียบกับ 1.3384 เหรียญสหรัฐต่อยูโร ในวันศุกร์ก่อน ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 76.64 จาก 77.14 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า







