
เพิ่มหลักประกันบัญชีมาร์จิน
โบรกฯนัดถกก่อนเสนอก.ล.ต.หวังลดเสี่ยง-เพิ่มวินัยลงทุน
โบรกฯนัดถกก่อนเสนอก.ล.ต.หวังลดเสี่ยง-เพิ่มวินัยลงทุน
สมาคมโบรกเกอร์นัดหารือเพิ่มหลักประกันบัญชีมาร์จิน หวังลดความเสี่ยงระบบ เพิ่มวินัยลงทุน ก.ล.ต.ตั้งข้อสังเกตอัตรา 15% เสี่ยงไป ควรปรับปรุง
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เปิดเผยว่า จะนำเรื่องการเพิ่มหลักประกันสำหรับบัญชีเงินกู้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ (มาร์จิน) เข้าหารือในที่ประชุมสมาชิกครั้งหน้า และหากสมาชิกเห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว สมาคมก็จะนำเรื่องเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาประกาศใช้เป็นข้อบังคับถาวรต่อไป
ทั้งนี้ การเพิ่มหลักประกันมาร์จินเป็นแนวคิดที่ดี เพราะจะทำให้ความเสี่ยงในระบบลดลง ส่งผลให้โบรกเกอร์สามารถขยายฐานธุรกิจได้เพิ่มขึ้น ขณะที่นักลงทุนก็จะมีวินัยในการลงทุนมากขึ้นเช่นกัน แต่ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าหลักประกันที่เพิ่มขึ้นจะเป็นอย่างไร และจะใช้กับลูกค้าหรือธุรกรรมประเภทใดบ้าง
“เราคงไม่ทำแบบครอบคลุมทั้งหมด เพราะธุรกรรมแต่ละประเภทมีความเสี่ยงต่างกัน ลูกค้าก็มีเครดิตไม่เท่ากัน หลักการของเราคือทำแล้วอุตสาหกรรมต้องเดินไปได้ และไม่ให้มีผลกระทบต่อภาพรวม” นางภัทธีรา กล่าว
สำหรับลูกค้าที่มีโอกาสถูกเรียกหลักประกันเพิ่ม คือ กลุ่มที่ซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเป็นกลุ่มที่โบรกเกอร์ติดต่อได้ลำบาก ไม่เหมือนกับนักลงทุนที่ซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด หรือมาร์เก็ตติง ที่มีการติดต่อกันตลอดเวลา แต่คาดว่าคงไม่ทำครอบคลุมทั้งระบบอินเทอร์เน็ต เพราะลูกค้าแต่ละคนมีเครดิตต่างกัน ต้องดูรายละเอียดว่าจะมีวิธีดำเนินการอย่างไรบ้าง
นางภัทธีรา กล่าวว่า นอกจากการเพิ่มหลักประกันแล้ว สมาคมจะหารือถึงแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพของระบบชำระราคา เพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากที่ธุรกิจหลักทรัพย์เปิดเสรีเต็มรูปแบบในช่วงต้นปี 2555
ด้านนายประเวช องอาจสิทธิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า ในการประชุมของคนทำงานของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์กับสำนักงาน ก.ล.ต.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้หารือ 2 เรื่อง นอกจากเรื่องการจัดโปรโมชันให้ยืมหุ้นโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมแล้ว เรื่องที่สองได้ให้เอกชนไปพิจารณาเพิ่มหลักประกันมาร์จินด้วย
“ก.ล.ต.ตั้งข้อสังเกตว่า ไหนๆ ก็เคยไปดูงานที่เกาหลีด้วยกัน ที่นั่นให้วงเงิน 2.5 เท่า บางประเทศให้ 34 เท่า แต่ของไทยใช้อัตรา มาร์จิน 15% นั่นหมายความว่านักลงทุนใช้สินเชื่อซื้อหุ้นได้ถึง 6 เท่าเศษ จึงให้ไปคิดเพิ่มอัตรามาร์จิน แต่จะเป็นเท่าไร หรือใช้กับลูกค้ากลุ่มใดให้เอกชนไปคุยกันเพื่อวางกฎเกณฑ์ดูแลกันเอง” นายประเวช กล่าว
ผู้ช่วยเลขาฯ ก.ล.ต. กล่าวว่า การเพิ่มอัตรามาร์จินเพื่อลดความเสี่ยงให้กับระบบการซื้อขาย รวมถึงนักลงทุนและบริษัทหลักทรัพย์ ขณะเดียวกันก็เป็นต้นทุนของธุรกิจ แต่การลงทุนต้องมีวินัย
ทั้งนี้ ก.ล.ต.ไม่ต้องการให้ใช้มาร์จินแล้วทำให้มูลค่าการซื้อขายของตลาดโดยรวมสูง แต่มีความเสี่ยงสูงเช่นเดียวกัน เพราะไม่เกิดประโยชน์ต่อตลาดทุน เหมือนอย่างที่มีโบรกเกอร์เพียงไม่กี่รายจัดโปรโมชันไม่คิดค่าธรรมเนียมในการยืมหุ้นไปขายชอร์ต จึงให้สมาคมไปดูแลแก้ไขกันเอง
สำหรับเรื่องชอร์ตเซลทั่วไปขอย้ำว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม มีไว้ให้นักลงทุนใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการลงทุน







