
ดีเดย์24ต.ค.รู้ผลเงินต่อชีวิต‘กรีซ’
คาดสรุปเงินช่วย 8,000 ล้านยูโรให้กรีซได้ในวันที่ 24 ต.ค.นี้
คาดสรุปเงินช่วย 8,000 ล้านยูโรให้กรีซได้ในวันที่ 24 ต.ค.นี้
ฌอง โคลด จุงเกอร์ ประธานรัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซน เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่า การพิจารณาเงินกู้งวดล่าสุด 8,000 ล้านยูโร (ราว 3.2 แสนล้านบาท) ให้กับกรีซนั้น น่าจะสรุปได้ในวันที่ 24 ต.ค.นี้ โดยทีมตรวจสอบจากไอเอ็มเอฟและอียูจะเสนอรายงานดังกล่าวขึ้นต่อที่ประชุมรัฐมนตรีในวันดังกล่าว
กรีซจะเป็นที่จะต้องได้รับการอนุมัติเงินช่วยเหลือจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) สหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ก่อนที่จะได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินช่วย 1.1 แสนล้านยูโรที่อนุมัติให้กรีซตั้งแต่กลางปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนที่ผ่านมาเงินช่วยเหลือ 8,000 ล้านยูโรดังกล่าวนั้นยังคงติดขัดไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากกรีซยังไม่สามารถลดปัญหาหนี้สาธารณะและดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดได้ตามเป้าตามเงื่อนไขได้
ขณะเดียวกัน ทางด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้เปิดเผยว่า เตรียมงัดหลายมาตรการทางการเงินออกมาช่วยเหลือเพื่อสร้างสภาพคล่องให้กับธนาคารในกลุ่มยูโรโซนแล้ว เพื่อรับมือกับกรณีที่ปัญหาหนี้อาจจะลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตภาคการเงินได้ ถ้าหากกรีซกลายเป็นหนี้เสียในที่สุด
อีซีบี ระบุว่า เตรียมเปิดกู้ไม่จำกัดวงเงินระยะ 1 ปี จนถึงเดือน ม.ค. 2556 ให้กับธนาคารพาณิชย์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าธนาคารเหล่านี้จะเข้าถึงแหล่งเงินได้ทันทีถ้าหากต้องการ และ อีซีบียังจะนำโครงการเข้าซื้อพันธบัตรธนาคารมูลค่า 4 หมื่นล้านยูโรกลับมาใช้อีกด้วย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปล่อยกู้มากขึ้น
ท่าทีของธนาคารกลางยุโรปยังสอดคล้องกับท่าทีของนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี ที่ย้ำว่าบรรดาผู้กำหนดนโยบายทางการเงินของยุโรปไม่ควรจะนิ่งนอนใจที่จะเข้าช่วยเพิ่มทุนให้กับธนาคารในทันทีเมื่อถึงคราวจำเป็น
ในวันที่ 18 ต.ค.นี้ ผู้นำอียูจะเปิดการหารือขึ้น ตามมาด้วยการประชุมของกลุ่มจี20 ในระหว่างวันที่ 34 พ.ย. ขณะที่ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส เดินทางเยือนกรุงเบอร์ลินของเยอรมนีในวันอาทิตย์นี้ และเข้าหารือกับผู้นำเมืองเบียร์โดยเฉพาะ
วันเดียวกัน ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) ครั้งเร่งด่วน มูลค่า 7.5 หมื่นล้านปอนด์เข้าสู่ระบบ และจะเพิ่มเป็น 2.75 แสนล้านปอนด์ในระยะ 4 เดือน นอกจากนั้น บีโออียังตัดสินใจที่จะคงอัตราดอกเบี้ย 0.5% ต่อไป
ภายใต้นโยบายคิวอีดังกล่าว ธนาคารจะตั้งกองทุนขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อรับซื้อสินทรัพย์จากเอกชน เช่น พันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรของเอกชน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปล่อยกู้ และเกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้นด้วย







