posttoday
โซล่าฟาร์มไทยก้องโลก

โซล่าฟาร์มไทยก้องโลก

07 ตุลาคม 2554

เวิลด์แบงก์ชู “โซล่าฟาร์มไทย” ปฐมบทผู้นำโลกด้านใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้า ชมโครงการดีลดภูมิอากาศโลก

เวิลด์แบงก์ชู “โซล่าฟาร์มไทย” ปฐมบทผู้นำโลกด้านใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้า ชมโครงการดีลดภูมิอากาศโลก

วันที่ 7 ต.ค. ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับไอเอฟซี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารธนชาต ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนด้วยการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตกระแสไฟฟ้า ของกลุ่มบริษัทเอสพีซีจี โดยปล่อยกู้โครงการโซล่าฟาร์มเพิ่มอีก 2 แห่ง มูลค่ารวม 890 ล้านบาท ภายใต้การสนับสนุนจาก กองทุน Clean Technology Fund (CTF) ของธนาคารโลก (World Bank) ถือเป็นโครงการแรกของประเทศไทย

นายเซอร์จิโอ พรีเมนต้า ผู้อำนวยการฝ่ายภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียตะวันออก บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ   (Mr. Sergio Pimenta, Director, East Asia & Pacific, IFC)  กล่าวถึงกองทุน CTF ว่า เป็นกองทุนที่สนับสนุนด้านการเงินสำหรับโครงการที่ช่วยในการลดระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายใต้การดำเนินงานของกองทุนเพื่อการลงทุนด้านภูมิอากาศ (Climate Investment Fund: CIF) ซึ่งก่อตั้งโดยธนาคารโลก (World Bank) ร่วมกับธนาคารเพื่อการพัฒนาระดับภูมิภาคต่างๆ ทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมการลงทุนที่ช่วยลดและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในส่วนเงินกู้ของกองทุน CTF นั้นจะเป็นเงินกู้ระยะยาว และมีอัตราดอกเบี้ยคงที่พิเศษ ซึ่งจะสามารถช่วยบริษัทลดต้นทุนทางการเงินได้อย่างมาก โครงการนี้ถือเป็นโครงการแรกของประเทศไทยที่ CTF ให้การสนับสนุน              

 

โซล่าฟาร์มไทยก้องโลก วันดี กุญชรยาคง

ขณะที่ น.ส.วันดี กุญชรยาคง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการโซล่าฟาร์มโคราช 2 และ เลย 1 ซึ่งมีกำลังการผลิตแห่งละขนาด 6 เมกกะวัตต์ ใช้เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์แบบ Polycrystalline

ที่ผลิตโดยกลุ่มบริษัท เคียวเซร่า จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ผลิตแผงพลังงานแสงอาทิตย์หลักในอุตสาหกรรม ขณะที่ปัจจุบันกลุ่มเอสพีซีจี มีโครงการโซล่าฟาร์มแล้ว 5 โครงการ ที่โคราช 1 สกลนคร และนครพนม 1 และอีก 2 โครงการข้างต้นคือ โซล่าฟาร์มโคราช 2 และ เลย 1 มีกำลังผลิตรวม 30 เมกกะวัตต์ และได้เชื่อมต่อขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้ง 5 โครงการ  เป็นโครงการตามแผนพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ของกลุ่มเอสพีซีจีที่จะพัฒนาโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ (large commercial scale)

6 เมกกะวัตต์ ทั้งหมด 34 โครงการ รวมกำลังการผลิตรวม 204 เมกกะวัตต์ ซึ่งจะพัฒนาให้แล้วเสร็จภายในปี 2556 โดยทางบริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟภ.เป็นที่เรียบร้อยทั้งหมดแล้ว และในอนาคตบริษัทจะเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก              

นายกฤษฎา ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นโครงการแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน CTF ซึ่งเป็นกองทุนนานาชาติเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมพลังงานสะอาดและการลดโลกร้อน โดยธนาคารกสิกรไทยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการเงินกู้ให้แก่กลุ่มเอสพีซีจี โดยร่วมกับบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ หรือ IFC ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารธนชาติ สนับสนุนทางการเงินกลุ่มเอสพีซีจี จำนวนเงินรวม 890 ล้านบาท แบ่งเป็น ธนาคารกสิกรไทย 210 ล้านบาท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 158 ล้านบาท ธนาคารธนชาติ 158 ล้านบาท และบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ 244 ล้านบาท และ CTF Fund จำนวน 120 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการโซล่าฟาร์ม โคราช 2 และเลย กำลังผลิตแห่งละ 6 เมกกะวัตต์ เพื่อจำหน่ายให้แก่ กฟภ. ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก

นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทย ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็น ตัวแทนเจ้าหนี้ฝั่งธนาคารพาณิชย์  และตัวแทนหลักประกัน ให้มีหน้าที่ให้บริการวงเงินอื่นๆ เช่น การเปิดเอกสาร Letter of Credit ในการนำเข้าแผงพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงวงเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงในด้านอัตราแลกเปลี่ยนด้วย 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน