
พิบัติธรรมชาติ ซัดเครื่องใช้ไฟฟ้าระส่ำ เจ้าของสินค้าลุ้นไตรมาส 4 กู้ยอดคืน
ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในรอบปี 2554 นี้ นับว่ามีหลายปัจจัยภายนอกเหนือการควบคุมเข้ามากระทบตลาด
ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในรอบปี 2554 นี้ นับว่ามีหลายปัจจัยภายนอกเหนือการควบคุมเข้ามากระทบตลาด
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในรอบปี 2554 นี้ นับว่ามีหลายปัจจัยภายนอกเหนือการควบคุมเข้ามากระทบตลาด โดยเฉพาะปัญหาภัยพิบัติจากธรรมชาติที่ซัดเข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา นับแต่เดือน มี.ค. จากภัยสึนามิในประเทศญี่ปุ่นกระทบยังฐานการผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญๆ หลายรายการของเจ้าของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีแบรนด์ยักษ์ในประเทศญี่ปุ่น
รวมถึงสภาพอากาศที่แปรปรวนจากปรากฏการณ์เอลนินโญที่เกิดขึ้นในไทย ที่ฤดูหนาวอากาศกลายเป็นร้อน ในฤดูร้อนฝนกลับตกชุกและหนาวเย็น ที่กระทบยังยอดขายสินค้าเครื่องปรับอากาศเกือบทุกค่ายที่หดยอดขายร่วงลงไป และล่าสุดวิกฤตน้ำท่วมหนักในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ในขณะนี้ที่กระทบด้านการขนส่งและกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) ไปยังตัวแทนขาย (ดีลเลอร์) ร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ต่างๆ ในต่างจังหวัด
อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นผู้ประกอบการเจ้าของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายค่ายทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี กลับมองว่าเป็นความท้าทายในการทำตลาดในช่วงหน้าขาย หรือโค้งสุดท้ายใน 3 เดือน ที่เหลือของปีนี้ มากกว่าเลือกแผนปรับเป้ายอดขายการทำตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทย
โตชิบาลุยตลาดฝ่าน้ำท่วม
ยูกิฮารุ อาดาชิ ประธานบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีแบรนด์ “โตชิบา” กล่าวว่า ปัจจุบันโตชิบามีโรงงานผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าหมวดครัวเรือน (เอชเอ) กลุ่มตู้เย็น เครื่องซักผ้า ที่ย่านสนามบินน้ำและบางกะดี่ ซึ่งในส่วนของสายการผลิตสินค้าไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าว
รวมถึงลูกค้าและตัวแทนขาย (ดีลเลอร์) บางกลุ่มที่อยู่ในเมืองก็ไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ในส่วนของซับดีลเลอร์ หรือตัวแทนขายย่อยบางแห่งที่มีพื้นที่รอบนอกเมือง คาดว่าอาจได้รับผลกระทบในอีก 12 เดือนข้างหน้า จากการขายซื้อสินค้าในลักษณะ “เช็กอิน” และ “เช็กเอาต์” คือ การขายสินค้าในรุ่นก่อนหน้าให้หมดก่อนสั่งซื้อสินค้ารุ่นใหม่ถัดไปจากบริษัท
ส่วนแผนการปรับสายผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าโตชิบาในประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดหลังจากนี้ บริษัทจะยังคงประเมินสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือต่อการวางแผนการทำตลาด เนื่องด้วยโรงงานของโตชิบามีความยืดหยุ่นสูงด้านกำลังการผลิตที่ปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์
นอกจากนี้ บริษัทยังไม่มีนโยบายปรับเป้ารายได้รวมปี 2554 (รอบบัญชี เม.ย. 2554-มี.ค. 2555) แต่อย่างใด โดยคาดมีรายได้รวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากช่วง 6 เดือนแรกของปีบัญชีบริษัทมีอัตราเติบโตกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน หรือมีรายได้กว่า 4,800 ล้านบาท จากการเติบโตของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าหมวดครัวเรือน (เอชเอ) โต 15% และกลุ่มภาพและเสียง (เอวี) โตมากกว่า 3 เท่า ตามแนวโน้มเดียวกับตลาดรวมจากการเปิดตัวของสินค้าหมวดทีวีอัจฉริยะ (สมาร์ตทีวี) อินเทอร์เน็ตทีวี และทีวี 3 มิติ เป็นต้น
สำหรับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงปลายปี 2554 นี้ ในภาพรวมบริษัทประเมินว่ายังเป็นบวกอยู่ จากภาพรวมอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศไทยระดับ 34% และจากดัชนีกำลังซื้อผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น 10% ที่ส่งผลกับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าหมวดเอชเอและเอวีเติบโตตามไปด้วย
ล่าสุด บริษัทใช้งบกว่า 110 ล้านบาท ทำตลาดผ่านสื่อครบวงจรพร้อมเปิดตัวโฆษณาและส่งเสริมการขาย และการตกแต่งหน้าร้านสไตล์ใหม่ เพื่อสร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์แอลซีดีทีวี ล่าสุด เปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ในกลุ่มพาวเวอร์ ทีวี ซีรีส์ 4 รุ่น จำนวน 11 รายการ วางระดับราคาเริ่มต้น 4,990 บาท ขนาด 19 นิ้ว และสูงสุดกว่า 3 หมื่นบาท ขนาด 46 นิ้ว รองรับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดแอลซีดีทีวีที่จะเข้าไปทดแทนกลุ่มทีวีจอแก้ว (ซีอาร์ซีทีวี) จากปัจจุบันทีวีจอแก้วมีสัดส่วน 50% ของตลาดรวม 3 ล้านเครื่อง และมีจำนวนลดน้อยทุกปี คาดในปีหน้าสัดส่วนจะลดลงเหลือ 30%
แอลจีลั่นวิกฤตช่วงสั้น
ด้าน อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า “แอลจี” กล่าวว่า จากภัยน้ำท่วมหนักที่เกิดขึ้นในขณะนี้ บริษัทประเมินว่าเป็นสถานการณ์ช่วงสั้น และส่งผลกระทบในภาพรวมของตลาดราว 12 เดือนนับจากนี้ ซึ่งในส่วนของบริษัทจะยังคงเป้าหมายรายได้ยอดขายตามเดิมที่วางไว้ในปีนี้ ราว 2.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตราว 20% จากปีก่อน
ทั้งนี้ บริษัทยังเตรียมแผนทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ในช่วงหน้าขายที่เพิ่งเข้าสู่ไตรมาส 4 ปีนี้อย่างต่อเนื่องตามแผนเดิมที่วางไว้ จากที่ผ่านมาสินค้า 3 กลุ่มหลักในหมวดเอวี ทีวีแอลซีดี แอลอีดี ทีวี และเครื่องซักผ้าแอลจี มียอดขายเติบโตสูงคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของรายได้บริษัท ส่วนที่เหลือกว่า 40% เป็นสินค้าหมวดอื่นๆ อาทิ โทรศัพท์เคลื่อนที่และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งสินค้ากลุ่มหลังในปีนี้มีอัตราเติบโตลดลงจากสภาพอากาศแปรปรวน
ในช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้ บริษัทเตรียมแคมเปญเซอร์วิสหรือเปิดให้บริการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับลูกค้าที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ
พานาโซนิคฯ ส่งสินค้าใหม่กู้ยอด
ฮิโรทากะ มุราคามิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท พานาโซนิค ในประเทศไทย ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าครัวเรือน (เอชเอ) ภาพและเสียง (เอวี) แบรนด์ “พานาโซนิค” เปิดเผยว่า ในปี 2554 นี้ ถือเป็นปีที่ท้าทายในการทำตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าพานาโซนิค แม้จะเผชิญกับปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดภัยน้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัดของไทยในขณะนี้ ซึ่งกระทบการขนส่งและกระจายสินค้า โดยเฉพาะดีลเลอร์สัดส่วน 70% จากจำนวน 300 ราย ในต่างจังหวัด
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่มีแผนปรับเป้ายอดขายแต่อย่างใด โดยเตรียมเปิดตัวสินค้ารายการต่างๆ ทำตลาดตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนสุดท้ายของรอบปีบัญชีบริษัท ซึ่งตรงกับช่วงปลายปี 2554 และต้นปี 2555 ซึ่งบริษัทวางแผนทำตลาดสินค้ากลุ่มกล้องดิจิตอล ลูมิกซ์ สินค้าหมวดเอวี กลุ่มโทรทัศน์ เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี การดำเนินกิจการพานาโซนิคในประเทศไทย รวมทั้งสินค้าเรือธง (ไฮไลต์ โปรดักส์) กลุ่มเอชเอ ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
“แม้บรรยากาศการจับจ่ายในประเทศยังอยู่ในภาวะวิกฤตน้ำท่วม แต่จากการทำตลาดสินค้ารายการใหม่ต่างๆ ทุกกลุ่มสินค้านับจากนี้คาดว่าจะทำให้บริษัทมียอดขายฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติในไตรมาส 4 ของบริษัท และมียอดขาย รวมของกลุ่มบริษัทพานาโซนิคอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 10%” มุราคามิ กล่าว







