
ประกันชีวิตหวั่นน้ำท่วมหนักซัดเบี้ยจมหาย
ธุรกิจประกันชีวิตทำใจ น้ำท่วมหนัก อาจส่งผลให้เบี้ยปีนี้เติบโตไม่เป็นไปตามเป้า
ธุรกิจประกันชีวิตทำใจ น้ำท่วมหนัก อาจส่งผลให้เบี้ยปีนี้เติบโตไม่เป็นไปตามเป้า
นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจประกันชีวิตอาจได้รับผลกระทบจากทั้งนี้ การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายให้หลากหลายโดยการเพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆแก่ช่องทางเหล่านั้นให้มีความทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งเน้นการให้บริการหลังการขายเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เอาประกันภัย เหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงหลายจังหวัดในขณะนี้ และทำให้อัตราการเติบโตในปีนี้ ไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ เนื่องจากในจำนวนของผู้ประสบภัยพิบัตินี้ มีผู้เอาประกันชีวิตรวมอยู่ด้วยเป็นจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถชำระเบี้ยประกันชีวิตได้ตามกำหนด
อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมได้ขอความร่วมมือไปยังบริษัทประกันชีวิตสมาชิก เพื่อให้การขยายระยะเวลาผ่อนผันชำระเบี้ยประกันภัย จากเดิมได้ไม่เกิน 31 วัน เป็นไม่เกิน 91 วัน หลังจากวันที่ครบกำหนด และยกเว้นดอกเบี้ยและการตรวจสุขภาพให้แก่ผู้เอาประกันชีวิตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และได้ยื่นเรื่องขอต่ออายุกรมธรรม์ประกัน ภัยที่ขาดอายุมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน ให้สามารถกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ประกันภัยได้ โดยการดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะสามารถรักษาระดับอัตราการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตอยู่ในเกณฑ์ที่ดีได้
“อัตราการเติบโตเดือน ส.ค. ยังอยู่ในอัตราที่น่าพอใจ ซึ่งสมาคมก็ยังหวังว่า เมื่อถึงสิ้นปีนี้ เบี้ยประกันชีวิตโดยรวมจะอยู่ที่ 3.39 แสนล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เหมือนเดิม” นายสุทธิ กล่าว
ทั้งนี้ ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ธุรกิจประกันชีวิตได้เบี้ยรับปีแรก 43,360 ล้านบาท และเบี้ยแบบจ่ายครั้งเดียว 20,170 ล้านบาท รวมเป็นเบี้ยรับรายใหม่ 63,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6,743 ล้านบาท หรือ 11.9%
สำหรับเบี้ยรับปีต่อไปได้ 145,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17,491 ล้านบาท หรือ 13.6% และมีอัตราความคงที่ของเบี้ยประกัน 87% ขณะที่ภาคธุรกิจมีเบี้ยรับรวม ทั้งสิ้น 209,487 ล้านบาท หรือเติบโต 13.1%







