posttoday
'สินค้าหน้าร้อน' เปิดเกมไวรับลมร้อน 'เร็ว-แรง-นาน'

'สินค้าหน้าร้อน' เปิดเกมไวรับลมร้อน 'เร็ว-แรง-นาน'

19 กุมภาพันธ์ 2553

 

 

...ดวงใจ จิตต์มงคล

ในช่วง “หน้าร้อน” ของทุกๆ ปี ถือเป็นโอกาสทอง หรือช่วงหน้าขายที่ดีที่สุดของสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มดับกระหายให้ความสดชื่น เครื่องปรับอากาศ แฟชั่นเสื้อผ้าชุดว่ายน้ำ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ฯลฯ ที่หันมาทุ่มงบเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือแคมเปญการตลาดแรงๆ ออกมา หวังสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภคจดจำเพื่อเลือกซื้อในอันดับต้นๆ

โดยเฉพาะในฤดูร้อนปีนี้ ที่เจ้าของสินค้าและนักการตลาดหลายราย ต่างผสานเป็นเสียงเดียวกันว่า อากาศร้อนจะมาเร็ว ร้อนมาก แถมยังอยู่ยาวนานขึ้นกว่าปีก่อนๆ อันเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนินโญ ทำให้เจ้าของสินค้าหน้าร้อนหลายรายต้องเร่งเครื่องสตาร์ตปล่อยแคมเปญตลาดออกมาเขย่าคู่แข่งในตลาดเดียวกันที่รวดเร็วขึ้นไปพร้อมกัน เพื่อโกยยอดขายจากโอกาสทองหน้าร้อนในปีนี้ที่จะลากยาวนานขึ้น

แอร์เกาหลี แข่งเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์

สำหรับกลุ่มสินค้าเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ ถูกจัดเป็นสินค้าขายดีในอันดับต้นๆ ในช่วงฤดูร้อนทุกปี เพราะปัจจุบันพบว่าในประเทศไทยมีอัตราการครอบครองแอร์ต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1520% เท่านั้น และมีปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมให้ตลาดแอร์คึกคักยิ่งขึ้น จากภาษีสรรพสามิตแอร์ในอัตรา 0% จากเดิมอยู่ที่อัตรา 15% ช่วยให้แอร์รุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น และแอร์รุ่นปกติทั่วไปมีราคาลดลงจากเดิม 1,5002,000 บาท

เห็นได้จากนับแต่ต้นปีที่ผ่านมา 2 ค่ายยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าค่ายเกาหลี ทั้งแอลจี และซัมซุง ต่างดวลเกมการตลาดชนิดไม่มีใครยอมใคร ด้วยการชูนวัตกรรมสินค้าเครื่องปรับอากาศผ่านเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ควบคุมความเย็น ไปจนถึงการป้องกันเชื้อโรค หรือเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์เข้ามากระทุ้งตลาดหน้าร้อนในปีนี้ที่มาเร็วขึ้น

โดยปีนี้ตลาดรวมแอร์มีมูลค่าการเติบโตเชิงปริมาณราว 6% หรืออยู่ที่ 7.27.3 ยูนิต จากปีที่ผ่านมาตลาดรวมอยู่ที่ 6.8 แสนยูนิต และไม่มีการเติบโต หรือมีมูลค่าเชิงมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งออกเป็น 10% หรือกว่า 2,000 ล้านบาท ในตลาดเชิงพาณิชย์

ศศิธร กู้พัฒนากุล หัวหน้ากลุ่มธุรกิจเครื่องปรับอากาศ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้ผลิตและทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีแบรนด์ซัมซุง กล่าวว่า อากาศที่ร้อนจัดและมาเร็วขึ้น ส่งผลให้ยอดขายสินค้าเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ในช่วงเดือนม.ค. และเดือนก.พ.ที่ผ่านมา มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2552

ล่าสุดบริษัทเปิดตัวเครื่องปรับอากาศเพื่อสุขภาพภายใต้แนวคิด “ดีไซน์ ฟอร์ เฮลท์” จำนวนกว่า 20 รุ่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด “ไวรัส ดอกเตอร์” เพื่อตอบความต้องการของตลาดผู้บริโภคครบวงจรมากขึ้น พร้อมใช้ดารานักแสดง “อั้มพัชราภา ไชยเชื้อ” มาเป็นพรีเซนเตอร์แอร์ซัมซุงล่าสุดเพื่อสร้างกระแสให้ผู้บริโภคตื่นตัวและหันมาใช้แอร์เพื่อสุขภาพมากขึ้น

ปัจจุบันแอร์ซัมซุงวางราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1.54 หมื่นบาท และราคาสูงสุดในรุ่นอินเวอร์เตอร์เฉลี่ยกว่า 4 หมื่นบาท ซึ่งในปีนี้บริษัทวางเป้ายอดขายเป็นอันดับ 3 มีส่วนแบ่งตลาด 21% จากปีที่ผ่านมามีส่วนแบ่ง 14% พร้อมวางเป้าหมายในอีก 23 ปีข้างหน้าจะมีส่วนแบ่งตลาดแอร์เป็นอันดับ 1 เช่นเดียวกับในตลาดโลก และปีนี้ยังมีแผนย้ายฐานการผลิตแอร์เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์จากเกาหลีมายังประเทศไทย โดยจะมีกำลังการผลิตราว12 หมื่นยูนิตต่อปี

ด้าน เฮียน วู (ฮาเวิร์ด) ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัทแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอที แบรนด์แอลจี เปิดเผยว่า บริษัทใช้งบลงทุนรวมกว่า 500 ล้านบาท สำหรับทำตลาดเครื่องปรับอากาศ (แอร์) แบรนด์แอลจี ในปี 2553 นี้ แบ่งออกเป็น 100 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตไลน์สินค้าเครื่องปรับอากาศแอลจีในโรงงานระยองเพิ่มขึ้นอีก 20% เพื่อรองรับตลาดทั้งในประเทศและส่งออก จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1 ล้านยูนิตต่อปี ส่วนงบที่เหลืออีก 400 ล้านบาท จะใช้ทำตลาดสินค้าดังกล่าวในปีนี้ สำหรับสินค้าแอลจี 16 รุ่นใหม่ ทั้งเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ และอีโคโนมี พร้อมวางเป้าหมายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% และมีส่วนแบ่งตลาดราว 18% เป็นอันดับ 2

ชาเขียวกาแฟพร้อมดื่ม โหมตลาด

มาถึงฝั่งเครื่องดื่มที่ ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการบริษัท โออิชิ กรุ๊ป ตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ ออกมาทำตลาด หลังจากเห็นแนวโน้มร้อนเร็วนาน แบ่งเป็นแบบบรรจุขวด 40 ล้านขวดต่อเดือน และ 35 ล้านกล่องต่อเดือน จากเดิมมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 30 ล้านขวดต่อเดือน ล้านกล่องต่อเดือน เพื่อรองรับความต้องการตลาดตลอดช่วงหน้าขายฤดูร้อนในปีนี้

นอกจากนี้ยังใช้งบกว่า 120 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญการตลาดครั้งใหญ่ “ไปแต่ตัวทัวร์ยกแก๊งกับโออิชิ ภาค 3” ช็อปล้านเยน!! มอบโชคแบบฟ้าผ่าให้ลูกค้าเครื่องดื่มชาเขียวโออิชิ อะมิโน พลัส และกาแฟพร้อมดื่มคอฟฟิโอ ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่นยกแก๊ง 4 คน จำนวน 30 กลุ่ม พร้อมแจกบัตรกำนัลจับจ่ายซื้อสินค้ากลุ่มละ 1 ล้านเยน เริ่มตั้งแต่ 1 มี.ค.31 พ.ค.นี้

สำหรับตลาดเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่มในปีที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตกว่า 2 หลัก ราว 26% ต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยชาเขียวพร้อดื่มโออิชิ มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ส่วนแบ่ง 64% อันดับ 2 ยี่ห้อเพียวริคุ 16% และอันดับ 3 ยี่ห้อลิปตัน 12% โดยในปีนี้ตลาดชาพร้อมดื่มคาดเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%

นอกจากนี้ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) ยังได้กระโดดลงมาเปิดตัวสินค้าเครื่องดื่มกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียมเข้ามาทำตลาดรับลมร้อนปีนี้เป็นรายแรกด้วยเช่นกัน โดย พัทนัย เหลืองตระกูล ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจกาแฟพร้อมดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียม “เนสกาแฟ สไตล์” เข้ามาทำตลาดเป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย โดยช่วง 23 เดือนนี้เตรียมงบ 120 ล้านบาท เพื่อทำตลาดผ่านสื่อทุกรูปแบบ และกิจกรรม ณ จุดขาย

พร้อมเลือก “ก้องกรุณ ซอโสตถิกุล” มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคนทำงานรุ่นใหม่ ตั้งเป้ามีส่วนแบ่งตลาด 70% ของตลาดกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียม ขณะที่ตลาดดังกล่าวน่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หรือมูลค่า 520 ล้านบาท จากปัจจุบันมีมูลค่า 240 ล้านบาท และเชื่อว่าความต้องการกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียมในไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าในช่วง 4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีคู่แข่งในตลาดเพียง 2 ราย คือ คอฟฟิโอ และดีเซเว่น แต่ยังไม่มีผู้นำตลาดอย่างแท้จริง

‘ศึกน้ำดำ’ ระอุแคมเปญรับฟุตบอลโลก

น้ำอัดลม เป็นอีกหนึ่งสินค้าเครื่องดื่มที่มักเข้ามาสร้างสีสันในฤดูร้อนทุกปี โดยเฉพาะกลุ่มน้ำดำจาก 2 ค่ายยักษ์ “เป๊ปซี่” และ “โค้ก” ที่ระเบิดแคมเปญการตลาดออกมาแต่ต้นปี ซึ่งนอกจากจะมุ่งกระตุ้นยอดขายในช่วงหน้าร้อนแล้ว ยังขยายไปยังบิ๊ก อีเวนต์ ในกลางปีนี้ เพื่อรับมหกรรมฟุตบอลโลก 2010 ด้วย โดยทั้งสองค่ายยักษ์ควักงบการทำตลาดเบื้องต้นออกมารวมกันแล้วมากกว่า 200 ล้านบาทในปีนี้

ปริญญา เพิ่มพาณิช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและปฏิบัติการขาย บริษัท เสริมสุข ผู้ผลิตสินค้าเครื่องดื่มน้ำอัดลม น้ำดื่มคริสตัล ฯลฯ กล่าวว่า บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องดื่มอีก 5% จากกำลังการผลิตเดิมในช่วงหน้าร้อนปีนี้ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดเครื่องดื่มตลอดช่วงฤดูร้อนในปีนี้ ที่มาเร็วตั้งแต่เดือนก.พ.นี้ และคาดว่าจะร้อนมากและร้อนยาวต่อเนื่อง จากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวแล้วในเวลานี้ เป็นผลให้ตลาดเครื่องดื่มในภาพรวมปีนี้มีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น

ขณะที่บริษัท เป๊ปซี่โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง เจ้าของและผู้ทำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม เป๊ปซี่ มิรินด้า ลิปตัน ฯลฯ ใช้งบเบื้องต้น 100 ล้านบาท เปิดตัวกิจกรรมทางการตลาดระดับโลกที่ผสานระหว่างดนตรี และกีฬาฟุตบอลไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรกของเป๊ปซี่ ภายใต้โกลบอลแคมเปญฟุตบอล 2010

ขณะเดียวกันยังเปิดตัว 8 นักกีฬาฟุตบอลระดับโลก คือเฟอร์นานโด ตอร์เรส ริคาร์โด กากา ลิโอเนล เมสซี แฟรงก์ แลมพาร์ด เธียร์รี อองรี มิชาเอล บัลลัก ดิดิเยร์ ดร็อกบา และอังเดร อาร์ชาวิน ร่วมทีมฟุตบอลเป๊ปซี่ พร้อมภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “Pepsi Africa” ภายใต้แนวคิด “เชียร์สุดอารมณ์บอล” ไปพร้อมกับเปิดตัวเพลงเดี่ยวและมิวสิกวิดีโอ Oh Africa เพลงประจำแคมเปญเป๊ปซี่ฟุตบอล 2010 โดยศิลปินแนวเพลงฮิปฮอป “เอคอน” พร้อมด้วยคนรุ่นใหม่ตัวแทนจาก 16 ประเทศทั่วโลก เพื่อกระตุ้นยอดขายเติบโตเพิ่ม 5% ในหน้าร้อนปีนี้

ฝั่งคู่แข่งอย่างบริษัท โคคาโคลา (ประเทศไทย) ใช้งบกว่า 120 ล้านบาท คิกออฟแคมเปญยักษ์บุกตลาดตลอด 6 เดือนรับมหกรรมฟุตบอลโลก พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้โปรโมชันในช่วงฤดูร้อน เพื่อให้ผู้บริโภคมีส่วนเข้าร่วมกิจกรรมชิงรางวัลลุ้นเดินทางเป็นหมู่คณะไปยังสนามแข่งขันฟุตบอล เวิลด์ คัพ 2010 ในประเทศแอฟริกา รวมถึงกิจกรรมภายใต้แคมเปญอื่นๆ ตลอดในช่วง 6 เดือนนับจากนี้ ทำให้สถานการณ์ตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทในปีนี้ จะแข่งขันดุเดือดและดันตลาดโตได้ 5%

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค