posttoday
สมคิดแนะลงทุนสู้ศึก

สมคิดแนะลงทุนสู้ศึก

05 ตุลาคม 2554

“สมคิด” แนะใช้วิกฤตเป็นโอกาส เจาะตลาดส่งออกเพิ่มการลงทุนสร้างความเข้มแข็งชนบทอย่าพึ่งเฉพาะใช้จ่ายในประเทศ

“สมคิด” แนะใช้วิกฤตเป็นโอกาส เจาะตลาดส่งออกเพิ่มการลงทุนสร้างความเข้มแข็งชนบทอย่าพึ่งเฉพาะใช้จ่ายในประเทศ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ปัญหาวิกฤตหนี้ของยุโรปยังน่าเป็นห่วง และจะส่งผลให้ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนต่อไป จึงอยากให้ใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันโดยเฉพาะช่วยภาคการส่งออกและธุรกิจเอสเอ็มอีเจาะตลาดเพิ่ม ต้องมีการลงทุนจึงจะช่วยให้ไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ได้ เนื่องจากสหรัฐและยุโรปยังมีปัญหาและหวังว่าจีนจะเป็นผู้นำเศรษฐกิจของโลกได้

นายสมคิด กล่าวว่า ด้านเศรษฐกิจที่แท้จริงแม้จะได้รับผลกระทบบ้างจากเศรษฐกิจโลกถดถอย การส่งออกอาจจะชะลอตัว แต่ปัจจุบันไทยส่งออกไปสหรัฐและยุโรปแค่ 10% เท่านั้น ยังมีจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลียที่ยังเข้าไปเจาะได้

นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญไทยยังมีตลาดในประเทศ แต่การที่รัฐบาลเน้นเรื่องขึ้นเงินเดือนและค่าจ้างจึงจำเป็นต้องดูแลให้ดีให้สามารถไปได้อย่างราบเรียบ ไม่มีอุปสรรคและต้องไม่ลืมเรื่องการลงทุน เพราะภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะไม่ได้เกิดแค่ปีเดียว แต่จะใช้เวลาหลายปี รัฐบาลไม่สามารถพึ่งพิงการใช้จ่ายภายในประเทศเพียงอย่างเดียวในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า จึงต้องมีการใช้จ่ายกับการลงทุนในประเทศ

“รัฐบาลต้องมีการลงทุนในการ สร้างความเข้มแข็งแก่ชนบทซึ่งสำคัญที่สุด เพราะหากจะพึ่งพิงเศรษฐกิจภายในประทศแล้วความยากจนยังเป็นอย่างนี้คงพึ่งพิงได้ลำบาก รัฐบาลต้องจัดงบประมาณ จัดระเบียบใหม่ อาจลงทุนในด้านชลประทาน การสร้างรัฐวิสาหกิจชุมชน ธนาคารเกษตร เรารู้อยู่แล้วว่าราคาสินค้าเกษตรจะสูง แต่เราไม่เคยคิดจะปรับเปลี่ยนการเกษตรของเราให้ดีขึ้น สินค้าของเราไม่เคยมีการเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น จึงถึงเวลาที่ใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสในการปรับเปลี่ยนตัวเอง” นายสมคิด กล่าว

อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงประเทศก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะไทยอยู่ตรงกลางของภูมิภาค อนาคตไม่สามารถขายสินค้าเดิมๆ แข่งกับจีนและประเทศในเอเชียได้ ดังนั้น ต้องมีการลงทุนให้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์และความรู้ สิ่งเหล่านี้ต้องมีเงินลงทุน แต่ปัจจุบันการลงทุนของไทยลดลงจาก 40% มาอยู่ที่ระดับ 20% กว่า

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยยังแข็งแกร่ง แนวโน้มการส่งออกที่ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าการเน้นกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจของไทยยังคงเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ที่จะช่วยให้เกิดการกระจายรายได้และกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น จะช่วยลดผลกระทบจากการพึ่งพาการส่งออก

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน