
รื้อเป้าเงินเฟ้อลดขึ้นดบ.
เห็นพ้อง3%บวกลบ1.5%ต่อปีภาระหนี้กองทุนฟื้นฟูสรุปไม่ลง
เห็นพ้อง3%บวกลบ1.5%ต่อปีภาระหนี้กองทุนฟื้นฟูสรุปไม่ลง
ธปท.เสนอคลังปรับกรอบเงินเฟ้อใหม่ใช้ 3% บวกลบ 1.5% แย้งแผนรับโอนหนี้กองทุนแลกรีดค่าต๋งธนาคาร
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เสนอกรอบเงินเฟ้อเพื่อใช้ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจปี 2555 โดยขอเปลี่ยนการใช้กรอบเงินเฟ้อพื้นฐานมาเป็นเงินเฟ้อทั่วไป และปรับจากที่กำหนดเป็นช่วง มาเป็นการกำหนดจุดบวกลบ
ทั้งนี้ ในเบี้องต้น ธปท.เสนอกรอบเงินเฟ้อไว้ที่ 3% บวกลบ 1.5% ซึ่งกระทรวงการคลังจะรับไปพิจารณาเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ
รมว.คลัง กล่าวว่า สำหรับหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินนั้นกระทรวงการคลังได้เสนอให้ ธปท.รับโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1.1 ล้านล้านบาทออกไปเพื่อให้ ธปท.รับภาระจ่ายดอกเบี้ยแทนคลังที่จ่ายอยู่ปีละ 6.5 หมื่นล้านบาท โดยให้ ธปท.ไปศึกษาเก็บค่าธรรมเนียมจากธนาคารพาณิชย์มาจ่ายเงินดอกเบี้ย
นายประสาร กล่าวว่า กรอบเงินเฟ้อใหม่จะง่ายต่อการสื่อสารกับประชาชน และปัจจุบันทุกประเทศใช้กรอบเงินเฟ้อทั่วไปหมดแล้ว
ผู้ว่า ธปท.กล่าวว่า การเปลี่ยนค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อรายปีจะเป็นการดูอัตราเงินเฟ้อในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น เพราะบางครั้งราคาอาหารและพลังงานมีการปรับตัวขึ้นลงในช่วงสั้นๆ หากใช้เงินเฟ้อเป็นรายไตรมาสจะทำให้การดำเนินนโยบายการเงินอาจจะเข้มงวดหรือผ่อนคลายมากเกินไป
“การกำหนดเงินเฟ้อใหม่ชัดเจนว่า ธปท.กำหนดว่าอัตราเงินเฟ้อไม่เกิน 3% ต่อปี แต่ยอมให้บวกลบได้บ้างไม่เกิน 1.5% สอดคล้องกับเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจริงของประเทศง่ายต่อการทำความเข้าใจกับประชาชน ในการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย” นายประสาร กล่าว
นายประสาร กล่าวว่า ในส่วนข้อเสนอของคลังที่จะโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ คณะกรรมการ ธปท.ได้หารือเรื่องดังกล่าว และมีความกังวลว่า การทำดังกล่าวในทางทฤษฎีเหมือนกับ ธปท.ต้องพิมพ์เงินออกมาเท่าจำนวนหนี้ที่โอนมา ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงได้ ทำให้ ธปท.ต้องเข้าไปดูดซับสภาพคล่องเป็นต้นของ ธปท.จำนวนมากทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลให้ต่างประเทศและนักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่นการทำงานของ ธปท.และกระทบกับเศรษฐกิจในที่สุด
นอกจากนี้ ในส่วนของไปเก็บค่าธรรมเนียมของธนาคารเพิ่มก็ยังต้องพิจารณาว่า ธปท.มีกฎหมายหรืออำนาจไปดำเนินการหรือไม่รวมถึงหากไปเก็บค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์เพิ่มจะมีกลไกให้แน่ใจได้อย่างไรว่าธนาคารพาณิชย์จะไม่ผลัดภาระต้นทุนดังกล่าวไปให้กับลูกค้าของธนาคาร







