
หุ้นเช้าร่วง11จุดหวั่นกรีซฉุดศก.โลกดิ่ง
หุ้นไทยยังดิ่งตามหุ้นโลกปิดภาคเช้าที่ 857.39จุด ลดลง 11.92 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,664.51 ล้านบาท
หุ้นไทยยังดิ่งตามหุ้นโลกปิดภาคเช้าที่ 857.39จุด ลดลง 11.92 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,664.51 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 ต.ค.ยังเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบโดยปิดภาคเช้าที่ 857.39 จุด ลดลง 11.92 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,664.51 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า หุ้นไทยปรับตัวลงตามทิศทางหุ้นทั่วโลกและดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดเมื่อคืนนี้ลดลงถึง 258 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่ากรีซอาจจะเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้และอาจจะไม่ได้รับเงินกู้เบิกจ่ายงวดต่อไป หลังจากกระทรวงการคลังกรีซออกแถลงการณ์
ยอมรับว่า กรีซมีแนวโน้มที่จะพลาดเป้าหมายการลดยอดขาดดุลงบประมาณทั้งในปีนี้และปีหน้า ขณะที่กลุ่มเจ้าหนี้กรีซจะหารืออีกรอบในวันที่ 13 ต.ค.ว่าจะให้เงินกู้งวดใหม่กับกรีซหรือไม่ เพราะกรีซไม่สามารถจัดการขาดดุลงบประมาณได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตามมองว่าเจ้าหนี้จะยอมปล่อยกู้ให้กรีซในสัปดาห์หน้า ดังนั้นปลายสัปดาห์นี้ หรือต้นสัปดาห์หน้าตลาดจะเริ่มเก็งกำไรประเด็นนี้ ตลาดอาจมีรีบาวด์ได้สั้นๆ แต่ภาพก็จะเหมือนเรื่องของรัฐสภาเยอรมันคือ หลังทราบข่าวก็จะมีการขายออก กลยุทธ์รอบนี้ก็เน้นเล่นสั้นตัวที่ลงแรงเช่น ปิโตรเคมี และแบงก์
บล.เคที ซีมิโก้ มองว่า หุ้นไทยมีแกว่งตัวผันผวนเชิงลบ จากความวิตกต่อปัญหาหนี้สินในกรีซที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่าจะผิดนัดชำระหนี้หรือไม่ในกลางเดือน ต.ค.นี้ แม้ดัชนีการผลิตของสหรัฐล่าสุดในเดือน ก.ย. จะแข็งแกร่งเกินคาด แต่การผลิตทั่วโลกที่หดตัวลง ได้ตอกย้ำความวิตก ต่อภาวะเศรษฐกิจหดตัว และกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นทั่วโลกและราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในความเสี่ยงขาลงจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติในสินทรัพย์เสี่ยง
ขณะที่ปัจจัยในประเทศแม้กำลังจะเข้าสู่ช่วงประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2554 เริ่มตั้งแต่กลุ่มสถาบันการเงินตั้งแต่กลางเดือนนี้เป็นต้นไป แต่ภาวะน้ำท่วมในประเทศที่แพร่กระจายและเพิ่มระดับขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของ เศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี ด้วยบรรยากาศการลงทุนโดยรวมที่ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงเชิงลบ ดังกลยุทธ์การลงทุน ระยะสั้นให้ถือเงินสดและติดตามพัฒนาการของปัญหาด้านต่างๆ สำหรับการลงทุนระยะกลาง-ยาวให้รอการอ่อนตัวของดัชนีฯ ที่แนวรับ 860 และ 830 จุด จึงค่อยทยอยสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐและการบริโภคในประเทศ รวมทั้งหุ้นที่คาดจะให้ปันผลตอบแทนดี อย่าง SPALI, SIRI, ADVANC,BGH และ MODERN
หลักทรัพย์ 5อันดับแรกที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,654.06 ล้านบาท ปิดที่ 243 บาท ลดลง 1 บาท หรือ -0.41%
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,223.36 ล้านบาท ปิดที่ 96.75 บาท ลดลง 6.25 บาท หรือ -6.07%
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,164.45 ล้านบาท ปิดที่ 106.50 บาท ลดลง 5.50 บาท หรือ -4.91%
BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,091.81 ล้านบาท ปิดที่ 126 บาท ลดลง 4.50 บาท หรือ -3.45%
IVL มูลค่าการซื้อขาย 979.89 ล้านบาท ปิดที่ 23.90 บาท ลดลง 1 บาท หรือ -4.02%







