
‘ทาร์เก็ตฟันด์’หืดจับตลาดหมี
‘วรรณทริกเกอร์2’เสมอตัว3วันทุบดัชนีถอยกลับจุดเดิม
‘วรรณทริกเกอร์2’เสมอตัว3วันทุบดัชนีถอยกลับจุดเดิม
กองทุนทาร์เก็ตฟันด์เหนื่อยตลาดหุ้นหมี “วรรณ ทริกเกอร์2” ลงทุน 1 ปีเสมอตัว จับตา 2 กองค่ายบัวหลวงครบ พ.ย.นี้
น.ส.ทิวารัตน์ เตชะมีเกียรติชัย กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ สายงานการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ กล่าวว่า บริษัทได้ปิดกองทุนวรรณ อิควิตี้ 12% ทริกเกอร์ ฟันด์ (ONETRIGGER2) ซึ่งเป็นกองทุนที่กำหนดผลตอบแทน 12% และอายุการลงทุน 12 เดือน ที่ครบอายุไปเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2554 โดยคืนเงินให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ในช่วงที่ บลจ.วรรณจัดตั้งกองทุน ดัชนีตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 947 จุด ขณะที่ปัจจุบันดัชนีดิ่งลงมาอยู่ที่ 916 จุด
“ถ้าในแง่ของผลตอบแทนแล้วกองทุนไม่ขาดทุน โดยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยอยู่ที่ประมาณ 10.0109 บาท จากเสนอขายครั้งแรกที่ 10 บาท แต่ผู้ลงทุนมีค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Frontend) ที่อัตรา 1% จึงทำให้เงินที่ลงทุนไว้หายไปนิดหน่อย” น.ส.ทิวารัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีแผนออกกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ในเร็วๆ นี้ เนื่องจากสถานการณ์การลงทุนยังไม่ชัดเจนและอยู่ในภาวะหมี โดยในสัปดาห์นี้จะทบทวนเป้าหมายดัชนีในปีนี้ใหม่ เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้ดัชนีอาจไม่ถึงระดับ 1,200 จุดตามที่คาดไว้ และต้องติดตามมาตรการของกลุ่มยุโรปที่จะออกมา
น.ส.ทิวารัตน์ กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานของประเทศในกลุ่มเอเชียยังดี แต่ภาพการลงทุนทั่วโลกผันผวน หลังจากนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นทั่วโลกและทอง โดยกลับถือครองเงินสหรัฐ ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นมา แต่ในระยะยาวจากปัญหายุโรปและสหรัฐที่ยังไม่แข็งแรง จะทำให้ทองคำยังมีความน่าสนใจอยู่ ซึ่งหากราคาทองปรับตัวลงต่อเนื่องน่าจะเป็นจังหวะทยอยซื้อลงทุนได้
ด้านนายศุภกร สุนทรกิจ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เกียรตินาคิน หรือเคเคฟันด์ กล่าวว่า หลังจากตลาดหุ้นไทยดิ่งลงแรง 3 วันกว่า 10% จนดัชนีหลุดต่ำ 1,000 จุดลงมา ทำให้การบริหารจัดการกองทุนทาร์เก็ต ฟันด์ ซึ่งกำหนดเป้าหมายผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นในปีนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก
สำหรับ บลจ.เกียรตินาคินได้ออกกองทุนทาร์เก็ตฟันด์จำนวน 2 กองทุนในปีนี้ ได้แก่ ลงทุนในหุ้นไทยและหุ้นจีนไปเมื่อเดือน ส.ค.และ ก.ย.ที่ผ่านมา เพราะยังมองเป็นโอกาสในการลงทุน
โดยกองทุนที่ลงทุนหุ้นไทยได้แก่ กองทุนเปิดเคเค ทาร์เก็ต 7% #1 ซึ่งจัดตั้งไปเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ณ วันที่ 29 ก.ย.2554 กองทุนมีมูลค่าต่อหน่วยอยู่ที่ 10.0572 บาท
ส่วนกองทุนเปิดเคเค ไชน่า ทาร์เก็ต 10% #1 ตั้งเมื่อต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ตั้งเป้าผลตอบแทน 10% ณ วันที่ 29 ก.ย.2554 มูลค่าต่อหน่วยอยู่ที่ 7.2852 บาท ทั้งนี้ กองทุนทาร์เก็ตฟันด์ที่จะครบกำหนดอายุการลงทุนในปี 2554 มีจำนวน 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงทริกเกอร์ 3 และกองเปิดทุนบัวหลวงทริกเกอร์ 4 ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 21และ 22 พ.ย. 2554 ทั้งสองกองทุนตั้งเป้าผลตอบแทน 9% ณ วันที่ 29 ก.ย. 2554 ยังมีผลการดำเนินงานเป็นบวกมูลค่าต่อหน่วยอยู่ที่ 10.0253 บาทต่อหน่วย และ 10.0323 บาทต่อหน่วย ตามลำดับ
จากข้อมูลทั้งสองกองทุนซึ่งจดทะเบียนกองทุนเป็นกองทุนรวมผสม ซึ่งทำให้ยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ สามารถลดสัดส่วนลงทุนในหุ้นไปซื้อตราสารหนี้ได้ตั้งแต่ 0-100% จึงคล่องตัวกว่ากองทุนที่จดทะเบียนเป็นกองหุ้น







