posttoday
ศก.ยุโรปทุบตลาดอาหารสำเร็จรูป

ศก.ยุโรปทุบตลาดอาหารสำเร็จรูป

30 กันยายน 2554

เอกชนประเมินวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปทุบส่งออกอาหารสำเร็จรูปปีหน้าร่วง

เอกชนประเมินวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปทุบส่งออกอาหารสำเร็จรูปปีหน้าร่วง

น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ว่า ได้หารือถึงสถานการณ์การส่งออกในกลุ่มอาหารสำเร็จรูป ประเมินว่าการส่งออกปี 2555 การเติบโตชะลอตัวต่ำลง หรือขยายตัวแค่ 5% จากปี 2554 ที่คาดว่าการส่งออกของกลุ่มจะเติบโตอยู่ที่ 10% มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท

ปัจจัยหลักมาจากตลาดหลักของการส่งออก คือ ตลาดสหภาพยุโรป (อียู) ที่มีสัดส่วนการส่งออกของกลุ่ม 15% ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศ อาจทำให้ผู้ผลิตต้องลดซื้อผลผลิตเกษตรภายในประเทศ หรือซื้อในราคาต่ำลงด้วย เพราะยอดการส่งออกลดลง

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ใช่การกดราคารับซื้อสินค้าเกษตร โดยผู้ผลิตจะพยายามรับซื้อในราคาที่เหมาะสม และให้เกษตรกรและผู้ผลิตอยู่ได้ เช่น สับปะรดที่ปัจจุบันรับซื้อในราคา 5 บาท/กก. เพราะหากซื้อในราคาต่ำเกินไป อาจทำให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน

พร้อมกันนี้ได้ขอให้กระทรวงทบทวนกฎระเบียบที่ล้าสมัย เช่น ปลาทูน่า ที่มีการออกประกาศให้ต้องขออนุญาตน่านน้ำที่จับปลา เพื่ออนุรักษ์เรื่องปลาโลมา แต่ผู้ผลิตไม่ได้มีการนำเข้าปลาทูน่าจากทะเลแปซิฟิกทางด้านตะวันออกมากว่า 20 ปี จึงควรยกเลิกประกาศดังกล่าว เพราะปัจจุบันผู้ผลิตนำเข้าปลาทูน่าจากมหาสมุทรอินเดียเป็นส่วนใหญ่

นายพรชัย ปิ่นวิเศษ อุปนายกและประธานกลุ่มผู้ผลิตข้าวโพดหวาน กล่าวว่า เร็วๆ นี้จะทำหนังสืออย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยเหลือเอกชนในเรื่องการออกทุนจ้างทนายความ เพื่อให้สหภาพยุโรป (อียู) ยกเลิกการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าข้าวโพดหวานกระป๋องจากไทย หลังจากที่อียูได้เก็บเอดีข้าวโพดหวานกระป๋องจากไทย ซึ่งจะครบ 5 ปี ในเดือน มิ.ย. 2555 และจะมีการทบทวนว่าจะต่ออายุมาตรการเอดีกับไทยต่อไปหรือไม่

เรื่องเก็บเอดีดังกล่าวทำให้ตลาดข้าวโพดหวานกระป๋องของไทยสูญเสียตลาดในอียูมากกว่า 27% เนื่องจากสินค้าไทยแพงกว่าประเทศคู่แข่งถึง 30% จากอัตราเอดีที่ถูกเรียกเก็บ 14% และภาษีนำเข้าอีก 15% แม้ว่าผู้ผลิตไทยจะหาตลาดทดแทน โดยส่งออกไปตะวันออกกลาง เอเชีย เพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นการส่งออกที่ขายไม่ได้ราคา หรือต้องขายในราคาต่ำ ดังนั้น หากอียูยกเลิกเอดีหรือลดภาษีเอดีให้ต่ำลงมา เพราะไทยไม่ได้ทุ่มตลาด จะทำให้ไทยได้ตลาดอียูกลับคืนมา

ขณะเดียวกันแนวโน้มที่ไทยจะหลุดจากมาตรการเอดีคงเป็นไปได้ยาก ต้องให้รัฐบาลผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ผลิตข้าวโพดหวานรายใหญ่ในอียู พยายามล็อบบี้ประเทศอื่นๆ ในอียูให้ใช้มาตรการเอดีกับไทยต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา