posttoday
แนวโน้มต.ค.หุ้นเป็นลบ-ทองเป็นบวก

แนวโน้มต.ค.หุ้นเป็นลบ-ทองเป็นบวก

30 กันยายน 2554

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

โดย..บล.กิมเอ็ง 

ได้ออกบทวิเคราะห์แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยและราคาสินค้าโภคภัณฑ์เดือน ต.ค.นี้ ว่า ได้ลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นเดือนที่ 3 จากปกติเป็นลบ เนื่องจากมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและมีมุมมองเป็นบวกจากปกติสำหรับราคาทองคำ

มุมมองเป็นลบต่อหุ้นเนื่องมาจากปัจจัยดังนี้

ประการแรก ประเทศกรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือรอบที่ 6 หรือไม่ โดยจะมีการประชุมระดับผู้นำของกรีซ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และสหภาพยุโรป (อียู) ในวันที่ 3 ต.ค. คาดว่าจะอนุมัติเงินช่วยเหลือ 6,000 ล้านยูโร กลางเดือน ต.ค. แต่หากไม่อนุมัติภายในสิ้นเดือน ต.ค. อาจทำให้รัฐบาลกรีซไม่มีเงินมาชำระหนี้และค่าใช้จ่ายได้

ประการที่สอง การครบกำหนดของพันธบัตรของประเทศอิตาลี และสเปน โดยของอิตาลีมีวงเงิน 1.35 หมื่นล้านยูโร ณ สิ้นเดือน ก.ย. และ 1.41 หมื่นล้านยูโรของสเปน ณ สิ้นเดือน ต.ค.

ประการที่สาม การขยายวงเงินกองทุนรักษาเสถียรภาพยุโรป ตลาดเชื่อว่าสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนีจะอนุมัติร่างดังกล่าวและจะทำให้ประเทศสมาชิกอื่นในกลุ่มอียูอนุมัติตามมา ทำให้เงินกองทุนดังกล่าวถูกขยายได้เต็มจำนวน 4.4 แสนล้านยูโร ภายในกลางเดือน ต.ค. แต่ประเด็นอยู่ที่วงเงินดังกล่าวอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินในกลุ่มยุโรปได้เช่นกัน โดยมีการคาดไว้สูงถึง 9 แสน1 ล้านล้านยูโร

ประการที่สี่ ความคืบหน้าของแผนกระตุ้นการจ้างงานและภาษีของสหรัฐคาดว่าตลอดเดือน ต.ค. จะมีการหารือและการโต้แย้งจากพรรคฝ่ายค้านรีพับลิกันอย่างแน่นอน อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐในระยะกลางยาว

ประการที่ห้า งบไตรมาส 3 ปี 2554 ธนาคารในสหรัฐอาจเริ่มส่งสัญญาณเสี่ยงต่อการตัดเงินลงทุนตั้งสำรองจากพันธบัตรรัฐบาลกรีซ อิตาลี ที่ราคาปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือน ก.ย. แม้ว่าจะไม่มากนัก แต่ได้กลายเป็นจุดเสี่ยง

ด้านปัจจัยในประเทศกลุ่มธนาคารจะมีความเสี่ยงมากขึ้นทั้งสินเชื่อเดือน ก.ย. ที่คาดว่าจะออกมาแย่กว่าคาด เพราะปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด รวมถึงโอกาสเห็นความผิดหวังจากผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ของกลุ่มธนาคารมีมากขึ้น

หากย้อนกลับไปในช่วงงบไตรมาส 2 ของกลุ่มนี้ออกมาดีกว่าคาด กลายเป็นจุดที่ตลาดปรับประมาณการปีนี้และปีหน้าขึ้นอย่างโดดเด่น เท่ากับว่าตลาดมีมุมมองเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานในครึ่งหลังปีนี้และปีหน้าไปมากแล้ว โอกาสดีเกินคาดคงไม่เกิดขึ้นอีกดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในไตรมาส 2

ในทางตรงกันข้ามหากออกมาแย่กว่าคาดบวกกับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่เสี่ยงต่อการเติบโตในระดับต่ำ กลายเป็นจุดที่จะมีการปรับประมาณการลงได้เช่นกัน

ภาพการลงทุนเดือน ต.ค. เต็มไปด้วยความเสี่ยงทั้งในและนอกประเทศ เงินทุนต่างชาติที่คาดว่าจะชะลอตัวลงต่อเนื่องจากเดือน ก.ย. แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3 กลุ่มธนาคารอาจไม่โดดเด่นกลายเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้น แนะนำให้ลงทุนหุ้นกึ่งปลอดภัยพร้อมปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งอย่างบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) บริษัท ไพลอน (PYLON) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) และบริษัท ทุนธนชาต (TCAP)

ด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์คาดว่าราคาน้ำมันดิบไนเมกซ์มีแนวโน้มแกว่งตัวเป็นเดือนที่สามติดต่อกันจากความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโคเมกซ์น่าจะพ้นแรงขายแบบตื่นตระหนกไปแล้วเมื่อเดือน ก.ย. และมีแนวโน้มดีดตัวขึ้น โดยมีแนวรับสนับสนุนที่ 1,600 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และคาดว่าเงินทุนมีแนวโน้มไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเพื่อปิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจช่วงสั้น

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวจะมีความผันผวนมาก และนักลงทุนพอใจที่จะใช้กลยุทธ์เดียวคือเงินสดเพื่อรับมือกับภาวะสภาพคล่องตึงตัวของตลาดเงินทั่วโลก จากความเสี่ยงของปัญหาหนี้สาธารณะยุโรปที่มีแนวโน้มกระจายไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค หากกรีซยังไม่สามารถตกลงเงินช่วยเหลือรอบที่ 6 กับอียูและไอเอ็มเอฟได้ในช่วงต้นเดือน ต.ค. และประเทศที่ถือครองตราสารหนี้ของกรีซสูงเป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 คือ เยอรมนี และฝรั่งเศส อาจต้องตั้งสำรองหนี้และเกิดผลกระทบโดยตรงต่อธนาคารพาณิชย์เป็นลำดับถัดมา

นอกจากนั้นยังต้องติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินเหรียญสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากค่าเงินเหรียญสหรัฐยังมีทิศทางแข็งค่าเชื่อว่าจะเป็นแรงกดดันต่อการปรับขึ้นของราคาทองคำ  

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา