
วอนรัฐทบทวนภาษีLTF
บลจ.เชื่อจูงใจลงทุนระยะยาวดึงนักลงทุนใหม่เข้าตลาดหุ้น
บลจ.เชื่อจูงใจลงทุนระยะยาวดึงนักลงทุนใหม่เข้าตลาดหุ้น
“นายกสมาคม บลจ.” ขอรัฐบาลทบทวนแนวคิดลดสิทธิประโยชน์ภาษี LTF เชื่อช่วยกระตุ้นการลงทุนระยะยาว เป็นผลดี ต่อประเทศ ดึงนักลงทุนหน้าใหม่เพิ่ม
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลทบทวนแนวคิดที่จะลดสิทธิประโยชน์จากการหักลดหย่อนภาษีการซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และประกันชีวิต เนื่องจากการให้สิทธิลดหย่อนภาษีทำให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการลงทุนและการออมระยะยาวมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดทุนและประเทศ
นอกจากนี้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุน LTF กำลังจะสิ้นสุดในปี 2559 แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาคมบริษัทจัดการลงทุนไม่เคยมีแนวคิดที่จะขอต่ออายุมาตรการดังกล่าว
นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ยังกล่าวอีกว่า หากรัฐบาลต้องการรายได้เพิ่มขึ้น ควรจะให้ความสำคัญกับการขยายฐานผู้เสียภาษีให้ครอบคลุมมากขึ้น และมีความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บและการใช้จ่ายเงินงบประมาณ
“ในปีหน้าเชื่อว่าตลาดทุนไทยจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างแน่นอน และการลดสิทธิประโยชน์กองทุน LTF ก็อาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนลดการลงทุนระยะยาวลง” นางวรวรรณ กล่าว
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า กองทุน LTF เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนลงทุนระยะยาวผ่านตลาดหุ้น ดังนั้นเชื่อว่าหากมีการปรับลดสิทธิประโยชน์ภาษีลงจริง จะทำให้ประชาชนออมเงินผ่านช่องทางนี้ลดลง
“ในฐานะผู้ประกอบการอยากให้คงสิทธิประโยชน์ดังกล่าวไว้ เพราะกองทุน LTF แทบจะเป็นวิธีเดียวที่ดึงนักลงทุนหน้าใหม่ให้เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น” นายพัชร กล่าว
น.ส.ทิวารัตน์ เตชะมีเกียรติชัย กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บลจ.วรรณ กล่าวว่า ปัจจุบันจะมีเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนเข้ามาซื้อกองทุน LTF ทุกเดือน แม้จะไม่ได้เป็นเงินที่มากนัก แต่ก็ช่วยรองรับตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงแรงเมื่อเกิดความไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจได้บ้าง เพราะเวลาที่หุ้นตก ก็มีเงินเหล่านี้ไปซื้อ แม้ไม่ได้ช่วยพยุงตลาดมากนัก แต่ก็สร้างจิตวิทยาการลงทุนให้แก่นักลงทุนได้
“ตอนนี้ยังไม่ชัดว่าคลังจะปรับลดวงเงินในการลงทุนเพื่อได้สิทธิลดหย่อนเหลือเท่าไร แต่มองว่าทางการควรจะสนับสนุนให้มีการออมและลงทุนผ่านกองทุน LTF ต่อไป เพื่อช่วยพัฒนาตลาดทุน” น.ส.ทิวารัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2554 มีกองทุน LTF จำนวน 52 กองทุน มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 1.26 แสนล้านบาท







