
เอกชนลุ้นรถคันแรกดันยอดผลิตพุ่ง15%
เอกชนลุ้นมาตรการรถคันแรกดันยอดผลิตรถปีหน้าพุ่ง 2.3 ล้านคัน เพิ่ม 15% จากปีนี้ คาดทำยอดขายในประเทศพุ่ง 1.2 ล้านคัน
เอกชนลุ้นมาตรการรถคันแรกดันยอดผลิตรถปีหน้าพุ่ง 2.3 ล้านคัน เพิ่ม 15% จากปีนี้ คาดทำยอดขายในประเทศพุ่ง 1.2 ล้านคัน
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากมาตรการรถคันแรกของรัฐบาล จะเป็นตัวกระตุ้นยอดขายรถยนต์ในประเทศได้เป็นอย่างดี โดยในปีนี้อาจจะยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน แต่ในปีหน้าได้วางเป้าหมายการผลิตไว้ที่ระดับ 2.1-2.3 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้น 10-15% จากปีนี้ที่มียอดการผลิตอยู่ที่ 1.8 ล้านคัน โดยคาดว่ายอดการผลิตเพื่อขายในประเทศจะอยู่ที่ระดับ 1.1-1.2 ล้านคัน ขณะที่ยอดการส่งออกอาจจะได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลกบ้างเล็กน้อย
“หากไม่มีนโยบายรถคันแรกคาดว่ายอดการผลิตในปีหน้าจะอยู่ที่ 2.1 ล้านคัน โดยยอดที่เพิ่มมา 10% เป็นผลจากมาตรการรถคันแรกของรัฐบาล และหากตลาดยุโรปที่เป็นตลาดส่งออกของไทย 10% นั้นไม่ลุกลาม ยืดเยื้อ เชื่อว่ายอดผลิต 2.3 ล้านคัน จะเกิดขึ้นได้แน่นอน” นายศุภรัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นการซื้อในระยะสั้น อาจจะทำให้ความต้องการเทียมเกิดขึ้น ดังนั้นหลังจากช่วงที่หมดมาตรการดังกล่าวผู้ประกอบการก็จำเป็นต้องทำให้ความต้องการดังกล่าวเดินหน้าต่ออย่างต่อเนื่อง โดยต้องพยายามรักษาต้นทุนการผลิต วัตถุดิบ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และบุคลากร เพื่อรักษาระดับราคาไว้
นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า มาตรการรถคันแรกจะกระตุ้นการซื้อในประเทศ โดยในปีนี้คาดว่ายอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศจะอยู่ที่ระดับ 9.5 แสนคัน และอาจจะจะเพิ่มขึ้นไปสูงถึง 1 ล้านคัน ได้ หากค่ายรถยนต์สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ทัน แต่ก็ยังมีปัจจัยลบอยู่จากเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ถูกน้ำท่วมชะตัวลงบ้าง
ขณะที่ในปีหน้าจะช่วยเพิ่มยอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้สูงถึง 1.2 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้น 25% เนื่องจากค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่จะเร่งปรับแผนการผลิต เพื่อรองรับมาตรการดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากที่รัฐบาลออกนโยบายกระตุ้นการซื้อในช่วงนี้ เพราะในปีหน้าการส่งออกรถยนต์อาจจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ยอดการส่งออกรถยนต์อาจจะลดลงเหลือ 8 แสนคันได้ หากมียอดการซื้อในประเทศเพิ่มขึ้นก็จะช่วยให้กำลังการผลิตที่มีอยู่ไม่ต้องลดลง
ทั้งนี้ การส่งออกที่ลดลงจะเป็นผลกระทบทางอ้อมมาจากประเทศอื่นๆ เพราะไทยส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐ และยุโรปในสัดส่วนน้อย แต่ตลาดหลักจะอยู่ที่ออสเตรเลีย อาเซียน และตะวันออกกลาง แต่ปัญหาเศรษฐกิจอาจลุกลามจนส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าของไทยได้
นายวัลลภ กล่าวว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ระหว่างการหาแรงงานเพิ่มอีก 1 แสนคน เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ในปี 2555 ที่คาดว่าจะมียอดการผลิตประมาณ 2.2 ล้านคัน สูงกว่าปี 2554 4 แสนคัน เนื่องจากแรงงานมีไม่เพียงพอที่จะผลิตรถยนต์ 2.2 ล้านคัน โดยปัจจุบันมีแรงงานอยู่ 5 แสนคน แบ่งเป็นแรงงานในโรงประกอบรถยนต์ 1 แสนคน ผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ที่ผลิตส่งให้ค่ายรถยนต์ 2.5 แสนคน และอีกกว่า 1.5 คน เป็นผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต่อเนื่องของกลุ่มยานยนต์
“การหาแรงงานใหม่เพิ่มอีก 1 แสนคน คงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะยานยนต์ให้ค่าจ้างเฉลี่ยสูงกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ แรงงานพร้อมที่จะไหลเข้าอยู่แล้ว” นายวัลลภ กล่าว







