
ลุ้นกบง.ลากยาวตรึงแอลพีจีวันนี้
กบง.เตรียมพิจารณามาตรการตรึงราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนขนส่ง และเอ็นจีวีต่อ ให้ กพช.เคาะ
กบง.เตรียมพิจารณามาตรการตรึงราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนขนส่ง และเอ็นจีวีต่อ ให้ กพช.เคาะ
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า การประชุม กบง.ที่มีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เป็นประธานในวันที่ 29 ก.ย. จะพิจารณาหลักการตรึงราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนและขนส่ง และราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) ที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาในวันที่ 30 ก.ย.
เบื้องต้นมีแนวโน้มว่าจะต่อมาตรการตรึงราคาแอลพีจีขนส่ง/ครัวเรือน และเอ็นจีวีต่อไปอีกจนถึงเดือน ต.ค. เพื่อที่จะประเมินสถานการณ์ในเรื่องราคาตลาดโลกเดือนต่อเดือน รวมถึงมาตรการรองรับผลกระทบหากจะทยอยปรับราคา เช่น บัตรเครดิตพลังงาน ให้พร้อมก่อนที่จะประกาศทยอยปรับโครงสร้างราคาให้เหมาะสม เพื่อให้สะท้อนกลไกตลาดต่อไป
ที่ประชุมจะมีการพิจารณาถึงแนวทางการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ล่าสุดฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 20 ก.ย. 2554 ติดลบ 947 ล้านบาท จึงต้องวางแผนในการกู้เงินล่วงหน้า เพื่อเสริมสภาพคล่อง หากจะต้องตรึงราคาพลังงานต่อไป
มติ กพช.เดิมสมัยรัฐบาลที่ผ่านมากำหนดวงเงินการกู้เงินไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท หลักการจะใช้ตรึงราคาดีเซล ดังนั้นหากจะนำเงินดังกล่าวมาดูแลราคาพลังงาน ภาพรวมจะต้องแก้ไขระเบียบใหม่ รวมถึงการพิจารณาแนวทางการชดเชยราคาแก๊สโซฮอล์ และยืดเวลาการใช้สูตรคำนวณราคาเอทานอลปัจจุบันต่อไปอีกประมาณ 36 เดือน
สำหรับนโยบายการใช้ไฟฟรีไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน ขณะนี้ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) อยู่ระหว่างหารือกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ที่จะกำหนดแนวทางเสนอ กพช.ให้พิจารณา เนื่องจากตัวเลขการลดการอุดหนุนใช้ไฟฟรีของ 2 หน่วยงานต่างกัน โดย สนพ.เสนอลดผู้ใช้ไฟฟ้าฟรีไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน ขณะที่เรกูเลเตอร์เสนอไม่เกิน 65 หน่วยต่อเดือน
“ที่สุดแล้ว กพช.คงจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะเอกชนต้องการให้รัฐรับทราบ ซึ่งหากเลือกลดเหลือ 50 หน่วยต่อเดือน ก็จะใช้งบประมาณเพียง 1,350 ล้านบาทต่อปี แต่หากเลือกที่จะอุดหนุนผู้ใช้ไฟฟ้าฟรีไม่เกิน 65 หน่วยต่อเดือน จะใช้เงินสำหรับการอุดหนุนประมาณ 3,696 ล้านบาทต่อปี” แหล่งข่าวเปิดเผย







