posttoday
ส่องทิศทางโทรคมโลก 4จี-คอนเวอร์เจนซ์

ส่องทิศทางโทรคมโลก 4จี-คอนเวอร์เจนซ์

29 กันยายน 2554

เทคโนโลยีโทรคมนาคมโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลายประเทศเริ่มให้บริการโทรศัพท์มือถือเป็นระบบ 4จี

เทคโนโลยีโทรคมนาคมโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลายประเทศเริ่มให้บริการโทรศัพท์มือถือเป็นระบบ 4จี

โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

เทคโนโลยีโทรคมนาคมโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลายประเทศเริ่มให้บริการโทรศัพท์มือถือเป็นระบบ 4จี ไปได้ระยะหนึ่งแล้ว และอีกหลายประเทศเตรียมจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อเตรียมให้บริการเช่นกัน ขณะที่ประเทศไทยได้ตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ไปแล้ว และคาดกันว่าจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่ได้ในอีกประมาณ 910 เดือนข้างหน้า ดังนั้นประเทศไทยจึงยังไม่มีการให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จึงมีข้อเสนอว่าควรจะก้าวกระโดดไปดูเทคโนโลยี4จี ที่ใช้คลื่นความถี่ 2.6 และ 3.5 กิกะเฮิรตซ์เลยน่าจะมีประโยชน์กว่า และยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับอนาคตของบริการทางสาย หรือฟิกซ์ไลน์ ว่าควรจะเป็นอย่างไรต่อไป

 

ส่องทิศทางโทรคมโลก 4จี-คอนเวอร์เจนซ์

ในประเทศอังกฤษ เจ้าตลาดที่ดูแลบริการโมบายทางด้านดาตา คือ ทรี ของบริษัทฮัทชิสัน เปิดเผยข้อมูลว่า ประเทศอังกฤษให้บริการบนเทคโนโลยี 3จี มาประมาณ 10 ปีแล้ว และมีแผนจะจัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่ใหม่สำหรับ 4จี ในปีหน้า ซึ่งสาเหตุที่ช้ากว่าประเทศอื่นๆ เพราะการประมูลคลื่นเป็นเรื่องที่ใช้จำนวนเงินมหาศาล เมื่อเสียเงินไปมากกับการประมูลทำให้การติดตั้งโครงข่ายช้ากว่าที่ควรจะเป็น ประกอบกับเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ไม่พร้อมลงทุน การกระจายบริการจึงช้าตามไปด้วย แต่คลื่นความถี่ใหม่อังกฤษก็ยังเลือกใช้การจัดสรรด้วยวิธีการประมูลเช่นเดิม แต่อาจมีการกำหนดเงื่อนไขมากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับหน่วยงานกำกับดูแล โดยแบ่งเป็นคลื่น 800 เมกะเฮิรตซ์ ขนาด 30 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 2 ราย และคลื่น 2.6 กิกะเฮิรตซ์ ขนาด 70 เมกะเฮิรตซ์ อีก 2 ราย เท่ากับว่าสำหรับประเทศไทยอาจเลือกใช้คลื่น 2.6 กิกะเฮิรตซ์ได้ และอาจดึงคลื่น 800 กลับมาจัดสรรใหม่ก็ได้เช่นกัน

เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมการใช้งานแล้ว คนอังกฤษมีการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตสูงมาก คิดเป็น 125% ของประชากรกว่า 60 ล้านคน ทำให้ขนาดคลื่นที่ให้บริการอยู่ไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้บริการ 3จี ในบางพื้นที่ความเร็วลดลงอย่างมาก ซึ่งการคิดค่าบริการที่นี่มีการแยกเรื่องดาตาออกมาโดยเฉพาะ และรายได้การให้บริการส่วนใหญ่ก็มาจากดาตา ขณะที่บริการทางเสียงไม่มีการเติบโตแล้ว และในอนาคตบริการทางเสียงก็จะลดลงเหลือเพียงส่วนที่จำเป็นจริงๆ เช่น งานทางธุรกิจ แต่บริการทางเสียงอื่นๆ จะขยับไปเป็นบริการวอยซ์ โอเวอร์ ไอพี บนบริการดาตาแทน ผู้ใช้บริการทั่วไปจะจ่ายเฉพาะค่าบริการดาตาเท่านั้น ถ้าบริการ 3จี หรือ 4จี ครอบคลุมพื้นที่เพียงพอ

นพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า การจะประมูลคลื่นความถี่ต้องมีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เราสามารถศึกษาจากประเทศอังกฤษได้โดยตรง ถ้ามีการประมูลในมูลค่าที่สูงจะมีผลต่อการลงทุนขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ จุดนี้หลายๆ ประเทศได้กำหนดกรอบการจัดสรรเป็นกำหนดให้ต้องขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ประชากรทั่วประเทศใน 2 ปี แทนการประมูลที่ใช้เงินเป็นหลักเพียงอย่างเดียว

ส่วนนี้ต้องฝากให้หน่วยงานกำกับดูแลศึกษาและกำหนดหลักเกณฑ์ออกมาให้สอดคล้องและเหมาะสมกับประเทศไทย

ขณะที่บริการแบบฟิกซ์ไลน์ในประเทศไทยมีการใช้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์กว่า 2 ล้านครัวเรือน และมีการขยายตัวช้ากว่าที่ควรเมื่อเทียบกับในอังกฤษที่มีบริติช เทเลคอม หรือบีที เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายหลักไปยังผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายย่อยเป็นจำนวนมาก และมีการตั้งบริษัทลูกเพื่อให้บริการไปยังกลุ่มคนทั่วไปและบริษัทระดับเอสเอ็มอีด้วย แต่เมื่อผู้ใช้หันไปใช้บริการไร้สายเป็นส่วนใหญ่แล้ว บริการแบบมีสายจึงเน้นการคอนเวอร์เจนซ์บริการ โดยต้องรวมทั้งอินเทอร์เน็ต เคเบิลทีวีเข้าไว้ด้วยกัน

แน่นอนว่าต้องมีคอนเทนต์ซึ่งจะกลายเป็นหัวใจหลักของรายได้ที่เข้ามา โดยเฉพาะบริการออนดีมานด์ เช่น วิดีโอออนดีมานด์ เลือกภาพยนตร์ดูได้ ที่บีทีมีทั้งแบบเหมาจ่ายรายเดือน 12.99 ปอนด์ ประมาณ 650 บาท หรืออาจซื้อเพิ่มพิเศษเรื่องละ 4 ปอนด์หรือประมาณ 200 บาท กรณีนี้ยังรวมถึงเกมกีฬา รายการเกมโชว์ และละครซีรีส์ต่างๆ อีกด้วย

 

ส่องทิศทางโทรคมโลก 4จี-คอนเวอร์เจนซ์

จากการสำรวจตลาดของบีที พบว่าการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตภายในอาคารทั้งสำนักงานและที่พักอาศัยมีการเติบโตมากและรวดเร็ว แสดงว่าพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนจะเลือกใช้ผ่านระบบไร้สาย เพราะให้ความสะดวกสบายมากกว่า อุปกรณ์ต่างๆ ที่ออกสู่ตลาดจะเป็นสมาร์ตดีไวซ์ โดย 7080%ของมือถือในปีหน้าคือสมาร์ตโฟน ยังไม่นับรวมอุปกรณ์อื่นๆ การปรับเปลี่ยนของบริการแบบมีสายจึงต้องไปที่คอนเทนต์ที่มีคุณภาพมากขึ้นแทน

อีกทั้งมีบทวิเคราะห์จากบริษัท เมสัน บริษัทวิจัยทางด้านโทรคมนาคม ระบุว่า การแข่งขันทางเทคโนโลยี บริษัทต่างๆ จะเร่งวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์โทรคมนาคมใหม่ๆเพื่อออกมาตอบสนองกับความต้องการมากขึ้น เช่น ไอโฟน หรือซัมซุง กาแล็กซี ที่ต้องให้กล้องคุณภาพสูง ประมวลผลได้เร็ว บางเบา เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

คาดว่าการเติบโตของปริมาณดาตาไร้สายระหว่างปี 2554–2559 จะอยู่ที่ 4060% และสัดส่วนการใช้งานผ่านระบบไร้สายโดยรวมจะเพิ่มขึ้นเป็น 60% และความเร็วในการให้บริการระหว่างไร้สายกับมีสายจะใกล้เคียงกัน แต่จะมีปัจจัยมาจากจำนวนผู้ใช้และระยะทางจากเสาสัญญาณถึงผู้ใช้ด้วย ทำให้รูปแบบบริการมีสายบางประเภทจะยังเป็นที่นิยมอยู่ สุดท้ายระยะเวลาในการใช้งานผ่านโมบายอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นประมาณ 45 นาที จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 20 นาทีต่อวัน

ด้านโมเดลการทำธุรกิจของผู้ให้บริการ ทางเมสันคาดการณ์ว่าสัดส่วนรายได้จากบริการดาตาจะเพิ่มขึ้น จะเกิดการร่วมมือกันระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือกับผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมอื่นๆ เช่น เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ กับผู้ให้บริการ เพื่อสร้างรูปแบบบริการการติดต่อสื่อสารใหม่ๆ หรือแม้แต่การที่กูเกิลพลัสมีฟีเจอร์การให้บริการต่างๆ มากมายก็เป็นรูปแบบการร่วมมือที่จะเกิดขึ้นเช่นกัน

สำหรับการจัดสรรคลื่นความถี่มีเลือกใช้กันอยู่ 4 วิธี ซึ่งจากการวิเคราะห์แล้ว 2 แบบแรก คือ จัดสรรตามผู้ที่มาลงทะเบียนก่อนหลัง และการประกวดแบบบิวตีคอนเทสต์ สามารถสนองตอบต่อนโยบายของหน่วยงานกำกับดูแลได้ เพราะจะมีการกำหนดเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจน แต่จะไม่ดีสำหรับมูลค่าคลื่นความถี่ เพราะไม่ได้วัดจากจำนวนเงิน อาจส่งผลต่อความกระตือรือร้นในการลงทุนและการแข่งขันกันให้บริการ

เทียบกับอีกวิธีการประมูลที่ทำให้เกิดการใช้คลื่นความถี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ กระตุ้นการแข่งขัน และรัฐได้เงินจากการประมูลคลื่นความถี่สูงสุด แต่แน่นอนว่าจะเป็นการจำกัดจำนวนผู้ประมูล และยังส่งผลถึงการลงทุนของบริษัทผู้ประมูลที่อาจชะลอ เพราะใช้เงินไปกับการประมูลเป็นจำนวนมหาศาลแล้ว ซึ่งผู้ให้บริการหลายรายในหลายประเทศไม่สามารถให้บริการต่อได้ เช่น โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจึงมีการเสนอวิธีการสุดท้าย คือ แบบไฮบริด เปิดโอกาสให้หน่วยงานกำกับดูแลได้กำหนดเงื่อนไขเบื้องต้นเพื่อคัดเลือก และมีการประมูลในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งจะใช้เม็ดเงินน้อยกว่าแบบประมูลล้วนๆ

เมื่อย้อนกลับมามองประเทศไทย จะเห็นได้ว่าความเป็นไปได้ที่การคิดค่าบริการแยกระหว่างดาตาและบริการเสียงจะแยกจากกัน จะมีผู้ใช้อุปกรณ์สมาร์ตดีไวซ์เพื่อใช้งานดาตาอย่างเดียวล้วนๆ เท่ากับว่าหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กสทช. ต้องจัดให้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่โดยคำนึงถึงเทคโนโลยี 4จี ด้วย เพื่อช่วยให้ผู้ขอจัดสรรคลื่นความถี่สามารถวางแผนการลงทุนในระยะยาว โดยศึกษาจากประสบการณ์ในหลายๆ ประเทศที่เกิดขึ้นแล้วและส่วนของบริการแบบมีสายมีแนวโน้มว่าจะให้บริการดาตาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ให้บริการคอนเทนต์คุณภาพสูงแบบครบวงจร เพราะการบริโภคดาตาจะย้ายไปใช้บริการไร้สายมากขึ้น และการเล่นเน็ตผ่านบริการมีสายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้อีกต่อไป  

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI