
ระยะสั้นทองร่วงแตะ1,500เหรียญ‘ซีมิโก้’ฉวยตั้งกองทุนทองคำขาย
บลจ.กสิกรไทย มองระยะสั้นราคาทองจ่อลงแตะ 1,500 เหรียญ
บลจ.กสิกรไทย มองระยะสั้นราคาทองจ่อลงแตะ 1,500 เหรียญ
จากปัญหาหนี้ยุโรปสหรัฐ “สุวรรณ” คาดแย่ถึง 1,200 เหรียญ “ซีมิโก้” ส่งกองทองคำขาย
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย มองว่าราคาทองคำอาจอ่อนตัวลงไปแตะระดับ 1,500 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวปัจจัยเรื่องปัญหาหนี้สินในยุโรปประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบางในสหรัฐจะยังเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ จึงถือเป็นโอกาสที่ผู้ลงทุนทยอยเข้าลงทุนเพิ่ม
ทั้งนี้ เห็นได้จากเม็ดเงินใหม่ที่เข้ามาลงทุนในกองทุนเปิดเคโกลด์ (KGOLD) เพิ่มในช่วงวันที่ 22–26 ก.ย. ถึงกว่า 1,000 ล้านบาท ทั้งที่ราคาทองคำปรับตัวลดลง จนผลักดันให้กองทุน KGOLD มีขนาดปัจจุบันกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลกปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่แถว 1,649 เหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ กองทุน KGOLD ลงทุนในทองคำแท่ง 99.99% ผ่านกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน และมีนโยบายจ่ายเงินปันผล
สำหรับราคาทองคำซึ่งปรับตัวค่อนข้างแรงกว่า 200 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์นั้น ในช่วงข้ามวันเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นการปรับตัวที่ลดลงมากที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี โดยปัจจัยหลักมาจากการที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้นมากเกือบ 5% เป็นผลสืบเนื่องจากสภาวะตลาดที่ผันผวน นักลงทุนจึงชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และหันมาถือครองเงินเหรียญสหรัฐเพื่อรอดูสถานการณ์ รวมทั้งเกิดจากปัจจัยการถอนเงินลงทุนในตลาดหุ้นและสินทรัพย์ในประเทศตลาดเกิดใหม่ ประกอบกับราคาทองคำในเดือน ส.ค.–ก.ย. ปรับตัวขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จึงมีแรงขายทำกำไรกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลง
ด้าน บลจ.ซีมิโก้ ได้เปิดตัวกองทุนเปิดซีมิโก้โกลด์ (SGOLD) เสนอขายนักลงทุนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) ในวันที่ 27 ก.ย.4 ต.ค. 2554 ขนาดโครงการ 1,000 ล้านบาท กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท และไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล
กองทุนมีนโยบายลงทุนในกองทุน SPDR Gold ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน นอกจากนี้กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเกือบทั้งหมด โดยไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ
นายสุวรรณ วลัยเสถียร ประธานชมรมคนออมเงิน กล่าวว่า ตราบใดที่กลุ่มประเทศยุโรปยังแก้ปัญหาหนี้ไม่ได้ และสหรัฐยังมีปัญหาการเติบโตของเศรษฐกิจ มองว่าราคาทองคำอาจหลุดไปแถว 1,200 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และมีโอกาสลงถึง 800 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ได้
“ตอนนี้สิ่งที่ดีที่สุดคือการถือเงินสดเอาไว้” นายสุวรรณ กล่าว







