
‘หุ้นขนาดกลาง’พยุงกองหุ้น
อเบอร์ดีนผลงานลบน้อยสุดกองLTFใช้อนุพันธ์รอดตัว
อเบอร์ดีนผลงานลบน้อยสุดกองLTFใช้อนุพันธ์รอดตัว
กอดเงินสดมาก ลงหุ้นขนาดกลาง ช่วยพยุงกองทุนหุ้นเจ็บไม่หนักเท่าตลาด กอง LTF ที่ใช้อนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงติดลบน้อย
บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) รายงานผลการดำเนินงานของกองทุนหุ้นและกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ระหว่างวันที่ 22-26 ก.ย. 2554 ซึ่งเป็นช่วงที่ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์ลดลงติดต่อกัน 3 วันทำการ หนักถึง 12.19% โดยกองทุนหุ้นมีผลดำเนินงานลดลงเฉลี่ย 11.13% และกองทุน LTF ลดลงเฉลี่ย 10.81% ซึ่งถือว่าดีกว่าดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์
ทั้งนี้ กองทุนหุ้นที่มีผลดำเนินงานลดลงน้อยที่สุด คือ กองทุนเปิดอเบอร์ดีนไทย เอคควิตี้ ดีวิเด็น ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน ลดลง 6.39% รองลงมาเป็นกองทุนเปิดวรรณเอเอ็มหุ้นคุณค่าปันผล บลจ.วรรณ ติดลบ 9.21% และกองทุนเปิดอเบอร์ดีน สมอลแค็พ บลจ. อเบอร์ดีน ลดลง 9.24%
ขณะที่กองทุน LTF ที่มีผลดำเนินงานดีที่สุด 3 อันดับแรก เป็นกองทุนที่ใช้อนุพันธ์ในการบริหารความเสี่ยงและกองทุนที่มีนโยบายลงทุนหุ้นไม่เกิน 70%เช่น กองทุนเปิดวรรณเอเอ็มสมาร์ทหุ้นระยะยาว บลจ.วรรณ ที่ผลดำเนินงานลดลงเพียง 0.15% และกองทุนเปิดเค สตราทีจิค ดีเฟ็นซีฟ หุ้นระยะยาวปันผล บลจ.กสิกรไทย ลดลง 0.5%
นายอดิเทพ วรรณพฤกษ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน บลจ.อเบอร์ดีน กล่าวว่า หุ้นที่กองทุนถืออยู่ปรับลดลงน้อยกว่าตลาด เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดกลางที่อยู่ในกลุ่มค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และประกันชีวิต
“ตลาดหุ้นที่ปรับลดลงแรง ส่วนใหญ่เป็นการขายหุ้นขนาดใหญ่ ในกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมาเราให้น้ำหนักลงทุนในกลุ่มนี้น้อยอยู่แล้ว” นายอดิเทพ กล่าว
พร้อมกันนี้ นายอดิเทพ ยังกล่าวอีกว่า ในระยะสั้นนี้ตลาดหุ้นยังคงมีความผันผวนสูงและมีโอกาสปรับลดลงได้อีก เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงในต่างประเทศ แต่คาดว่าจะไม่รุนแรงเท่ากับวิกฤตการเงินเมื่อปี 2551 ทำให้ในช่วงนี้เป็นจังหวะที่กองทุนจะปรับพอร์ต โดยการขายหุ้นที่ราคาเกินมูลค่าและซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีแต่ราคาลดลง
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.วรรณ กล่าวว่า นโยบายการลงทุนที่ผ่านมามีการถือเงินสดมากกว่าปกติ เนื่องจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก
“กองทุนหุ้นได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด แต่เป็นเพราะถือเงินสดไว้มากกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม หากตลาดกลับมาเป็นขาขึ้นอาจจะปรับขึ้นไม่ทันกองทุนอื่นๆ ที่ถือหุ้นเต็มพอร์ต” นายมนรัฐ กล่าว







