posttoday
การเพิ่มขนาด EFSF วุ่นวายอาจกดดันตลาดสั้นๆ...ก่อนแกว่งขึ้น

การเพิ่มขนาด EFSF วุ่นวายอาจกดดันตลาดสั้นๆ...ก่อนแกว่งขึ้น

29 กันยายน 2554

หุ้นไทยแกว่งผันผวนสูงกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงกว่า 9.5%

หุ้นไทยแกว่งผันผวนสูงกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงกว่า 9.5%

โดย..พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ 

หรือปรับตัวลง 98 จุด หลังจากที่เฟดประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงขาลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เรียกว่า Operation Twist ก็ตาม ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลงแรง อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนสูงกว่าหุ้นในภูมิภาคปรับตัวลงจนเกือบได้ใช้ Circuit Breaker ภาพโดยรวมหุ้นที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลงแรง โดยนักลงทุนต่างประเทศมียอดขายสลับออกมาเป็นระยะๆ

ทิศทางตลาดในสัปดาห์นี้ คาดว่าทิศทางในระยะสั้นยังมีความผันผวนสูงจากโอกาสที่จะมีความวุ่นวาย ก่อนที่สภาของประเทศต่างๆ ในยูโรโซนจะอนุมัติเพิ่มวงเงินให้กับ EFSF ซึ่งเราประเมินว่าในที่สุดจะสามารถเพิ่มวงเงิน รวมถึงขยายขอบเขตอำนาจของ EFSF ได้

ขณะที่การประชุม ECB ในวันที่ 6 ต.ค.นี้ ตลาดเริ่มคาดการณ์ถึงการลดดอกเบี้ยของ ECB เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในแถบยูโรโซน ทำให้ภาพโดยรวมมีความวุ่นวายในระยะสั้น แต่ในที่สุดแล้วมีโอกาสผ่านได้ ทางด้านฝั่งของสหรัฐในตอนนี้ตลาดเริ่มมีการคาดการณ์ถึงมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังจากที่เฟดประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงขาลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าสมาชิก FOMC ที่โหวตค้านในการใช้นโยบาย Operation Twist รอบล่าสุด 3 คน ที่ประกอบไปด้วย ฟิชเชอร์ โคเชอร์ลาโคทา และพลอสเซอร์ จะยังคงโหวตค้านหากมีการเสนอมาตรการผ่อนคลายออกมา ซึ่งหากมีคนไม่เห็นด้วยเพิ่มจะเป็นความเสี่ยงของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ เนื่องจากคะแนนเสียงทั้งหมดของ FOMC มีทั้งหมด 10 คน

ประเด็นเรื่องการอนุมัติเพิ่มวงเงินให้กับ EFSF ยังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจเช่นเดียวกับการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซในรอบนี้ ในเบื้องต้นยังคงคาดว่ากรีซจะยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ในรอบนี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโรโซนทั้งหมด ในขณะที่ประเด็นเรื่องที่แต่ละประเทศในยูโรโซนต้องอนุมัติเพิ่มเงินเข้าไปในกองทุน EFSF ทั้งหมด 16 ประเทศ จากประเทศทั้งหมด 17 ประเทศ ในเบื้องต้นตลาดจับตาดูประเทศหลักๆ ที่เริ่มมีสัญญาณไม่มั่นคงทางการเมืองอย่างเยอรมนีก่อน แต่เราประเมินว่าในที่สุดจะผ่านไปได้

ประเด็นเรื่องเยอรมนี ตลาดคาดว่า แมร์เกิล นายกฯ เยอรมนี ในที่สุดแล้วจะสามารถผลักดันให้สภาอนุมัติผ่านแผนได้ แต่เป็นการพึ่งพาคะแนนโหวตจากพรรคฝ่ายค้าน คือ พรรคโซเชียล เดโมแครต และพรรคกรีน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ประกาศมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่าจะลงมติสนับสนุนแผนนี้ ในขณะที่แมร์เกิลที่ไม่สามารถชักนำให้พรรคร่วมรัฐบาลลงคะแนนเสียงได้ ทำให้ตลาดยังคงกังวลถึงเสถียรภาพของรัฐบาลเยอรมนีที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรป หากต้องการคะแนนเสียงจากสภาเยอรมนีอีก สำหรับประเทศสุดท้ายที่จะลงคะแนนเสียงจะเป็นสโลวาเกีย ซึ่งจะมีการโหวตวันที่ 11 ต.ค. ทำให้คณะทำงานเหลือเวลาน้อยในการตกลงกันเกี่ยวกับมาตรการใหม่ก่อนที่ EU จะประชุมในวันที่ 1718 ต.ค. โดยรวมถือว่าค่อนข้างมีความเสี่ยงหากมีปัญหาระหว่างทางขึ้นมา แต่ในที่สุดเชื่อว่าจะผ่านไปได้

ประเด็นเรื่องกรีซ ในเบื้องต้นคาดว่าจะยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ในรอบนี้ โดยคณะทำงานที่เรียกว่า TROIKA จะมีการเดินทางไปยังกรีซอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ และจะมีการประชุมเพื่อให้เงินช่วยเหลือในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อให้ทันต่อการปล่อยกู้รอบที่ 6 ต่อกรีซ แต่ในระยะยาวหากทางยุโรปมีมาตรการรองรับกับประเทศที่มีปัญหาการผิดนัดชำระหนี้เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าในที่สุดกรีซมีโอกาสเกิดการผิดนัดชำระหนี้ได้

ปัจจัยในประเทศ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงมาประมาณ 10 เหรียญสหรัฐ จะส่งผลกระทบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานที่อาจจะมีขาดทุนจากสินค้าคงคลังบ้างในไตรมาสนี้ แต่เป็นการขาดทุนครั้งเดียว หากความกังวลต่อเศรษฐกิจไม่ได้ขยายตัวไปมากกว่านี้ เชื่อว่าสเปรดของหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมียังไม่แย่มาก โดยประเมินไว้ในเบื้องต้นว่า ความกังวลต่อการผิดนัดชำระหนี้และส่งผลกระทบต่อเนื่องจะมากขึ้นในปีหน้า เนื่องจากหลายประเทศในยุโรปมีหนี้ที่ครบกำหนดค่อนข้างมาก

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ซื้อเก็งกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ทั้งหมดที่ปรับตัวลงมาแรง โดยมีจุด Stop ที่ 900 จุด เนื่องจากเชื่อว่ากรีซจะยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ในรอบนี้ และทางยุโรปจะมีความพยายามอย่างที่สุดที่จะเพิ่มขนาดกองทุน EFSF ซึ่งจะทำให้ตลาดคลายกังวลต่อปัญหานี้ได้ในปีนี้

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้