posttoday
เศรษฐกิจไทยติดหล่ม

เศรษฐกิจไทยติดหล่ม

29 กันยายน 2554

ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ภูมิภาคที่เกิดเหตุเท่านั้น แต่ได้ส่งผลกระทบไปยังประเทศต่างๆ ของโลก ไทยเองก็หนีไม่พ้น

ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ภูมิภาคที่เกิดเหตุเท่านั้น แต่ได้ส่งผลกระทบไปยังประเทศต่างๆ ของโลก ไทยเองก็หนีไม่พ้น

ล่าสุดสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้เหลือแค่ 4% และปีหน้าอยู่แค่ 4.5%

บุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สศค. กล่าวว่า คลังได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2554 ล่าสุด ขยายตัวอยู่ที่ 3.84.3% หรือค่าเฉลี่ยลง 4% จากเดิมที่ประมาณการไว้ 45% หรือค่าเฉลี่ยลง 4.5%

ส่วนการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2555 เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 45% หรือค่าเฉลี่ยลง 4.5%

การปรับการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2554 ลดลง อันเป็นผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายในหลายจังหวัด ทั้งด้านพื้นที่การเกษตร ปศุสัตว์ และระบบขนส่ง คมนาคม เป็นเวลานานกว่าที่คาด คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 24 หมื่นล้านบาท หรือทำให้เศรษฐกิจโตลง 0.20.3% และยังทำให้การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัว

เศรษฐกิจไทยติดหล่ม

ขณะที่ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่มีโอกาสเกิดภาวะถดถอยซ้ำซ้อน จากปัญหาของสหรัฐและยุโรป ซึ่งทำให้ สศค.ลดประมาณการเติบโตของ 14 ประเทศคู่ค้าหลักเหลือ 3.2% จากเดิมที่ 3.3%

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2555 ถือว่าโตจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั้งบ้านหลังแรก รถคันแรก และรับจำนำข้าวแล้ว ขณะที่การปรับขึ้นรายได้ขั้นต่ำเป็น 300 บาท และเงินเดือนปริญญาตรีเป็น 1.5 หมื่นบาท

อย่างไรก็ตาม ในปี 2555 คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอลง โดย สศค.คาดว่าเศรษฐกิจของ 14 ประเทศคู่ค้าหลักจะเติบโต 3.5% ซึ่งจะกระทบกับการส่งออกของไทย โดยคาดว่ามูลค่าส่งออกในรูปเงินเหรียญสหรัฐในปีหน้าขยายตัว 13.7% ลดลงจากปีนี้ที่คาดว่าขยายตัวถึง 22.3%

สำหรับสมมติฐานเศรษฐกิจปี 2554 ค่าเงินบาทอยู่ที่ 30.3-30.8 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ดอกเบี้ยนโยบาย 3.25-3.75% อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 3.6-4.1% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน 2.3-2.8%

วศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัญหาวิกฤตหนี้ในสหภาพยุโรป (อียู) จะกระทบต่อภาคการส่งออกไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี รวมถึงในอีก 36 เดือนข้างหน้าชะลอตัวลง จึงคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตได้เพียง 3.8% จากเดิมที่ 4%

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลกระทบจะไม่รุนแรงเท่ากับวิกฤตซับไพรม์ในปี 2551

เนื่องจากปัจจุบันไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปยังอียูเพียง 11% หรือ 6.9 แสนล้านบาท จากมูลค่าการส่งออกรวม 6.1 ล้านล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการส่งออกไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยงเพียง 3%

วศิน กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มดังกล่าวอยู่ที่ 5,500 ล้านบาท จากฐานสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่โดยรวม 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งธนาคารได้แนะนำให้ลูกค้าเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความผันผวนของค่าเงิน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ที่มีความตื่นตระหนกในตลาด นอกจากนี้ธนาคารจะเข้ามาให้คำปรึกษาและดูแลด้านความเสี่ยงของธนาคารในยุโรปที่ลูกค้าต้องทำธุรกรรมด้วยและความเสี่ยงของคู่ค้า

ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าส่งผลกระทบถึงขั้นต้องลดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ ธปท.คาดไว้หรือไม่ ต้องติดตามดูต่อไป มองว่าปัญหาน้ำท่วมกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนมากที่สุด เพราะสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินประชาชน แต่ผลต่อเศรษฐกิจถึงจะกระทบบ้าง แต่ไม่มากนัก ขณะที่ผลกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนถึงจะมีบ้าง แต่ถือว่าตลาดปรับตัวได้เร็ว

ทั้งนี้ ปัญหาน้ำท่วมสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ ธปท.มองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ใช่ปัญหาน้ำท่วมอย่างเดียว เช่น แรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศ ค่าเงินบาท ซึ่งช่วงนี้ถึงค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงบ้าง แต่ก็มีผลต่อเงินเฟ้อไม่มาก แรงกดดันจากมาตรการภาครัฐ และเท่าที่ดูเงินเฟ้อยังถือว่าสูง

ทั้งนี้ ธปท.คาดการณ์จีดีพีปีนี้ไว้ที่ระดับ 4.1% และปีหน้าที่ 4.2% ภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อพื้นฐานที่ระดับ 0.53%

จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในห้วงของรอยต่อสำคัญจากวิกฤตโลก m
 

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา