
บัตรเครดิตชาวนาวุ่น
เอกชนร้องนายกฯสอบประมูลกลิ่นฉาวบริษัทโนเนมเต็งชนะ
เอกชนร้องนายกฯสอบประมูลกลิ่นฉาวบริษัทโนเนมเต็งชนะ
เอกชนร่อนหนังสือร้อง “ยิ่งลักษณ์” ตรวจสอบการประมูล “บัตรเครดิตชาวนา” พันล้านบาท
นายนันท์ เนตรรัตน์ กรรมการบริษัท Accellence (Thailand) ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 27 ก.ย. ถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรมโครงการประมูลบัตรสินเชื่อเกษตรกรวงเงิน 1,008 ล้านบาท ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่กำลังจะชี้ขาดการประมูลบัตรสินเชื่อเกษตรกรในวันที่ 29 ก.ย.นี้
บริษัท Accellence ระบุว่า บริษัทที่ยื่นเอกสารเทคนิคและเสนอราคาเพื่อแข่งขันการประมูลโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร 5 ราย มีบริษัทที่ผ่านการพิจารณา 2 ราย คือ บริษัท Accellence และบริษัทแห่งหนึ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ โดย ธ.ก.ส.ให้เหตุผลว่า บริษัทที่ผ่านเข้ารอบ 2 บริษัทมีคุณสมบัติเท่าเทียมกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีประวัติการทำระบบบัตรเครดิต
บริษัท Accellence ระบุว่า ได้ทำธุรกิจบัตรเครดิตมากว่า 10 ปี มีซอฟต์แวร์ที่ได้มาตรฐานสากล มีวิศวกร 300 คน และทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่อีกบริษัทไม่เคยทำธุรกิจบัตรเครดิตมาก่อน และไม่มีธนาคารในเมืองไทยแห่งใดว่าจ้างบริษัทแห่งนี้แล้วจะบอกว่าทั้งสองบริษัทมีคุณสมบัติเท่าเทียมกันได้อย่างไร
ทั้งนี้ บริษัท Accellence ระบุว่า ได้รับผิดชอบผลิตบัตรเครดิตให้กับธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทย และบริษัทอื่นๆ รวม 32 บริษัท และได้เสนอราคาที่สมเหตุสมผลและยินดีลดราคาให้กับ ธ.ก.ส.ได้บ้าง แต่ไม่ใช่การลดราคากระหน่ำมากเหมือนกับบริษัทแห่งนั้น และไม่ได้เสนอราคาสูงเกินจริงหรือวิ่งเต้นเพื่อให้ได้งาน
นายนันท์ ระบุในหนังสือว่า การที่บริษัทต้องร้องเรียนเพราะหากผิดพลาดใครจะรับผิดชอบ ซึ่งจะส่งผลเสียกับเกษตรกรทั่วประเทศ เพราะภายใน 5 ปีข้างหน้าจะมีวงเงินหมุนเวียนถึง 4 แสนล้านบาท
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ในวันที่ 29 ก.ย.นี้ จะมีการเสนอรายชื่อบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ให้คณะกรรมการสลากพิจารณา ซึ่งยังไม่มีการสรุปว่าใครจะได้รับการคัดเลือก และขอให้เชื่อมั่นว่า ธ.ก.ส.จะมีการคัดเลือกอย่างโปร่งใส และยอมรับว่าบริษัท อินเทลลิเจนท์ ซิสเต็ม เป็นหนึ่งในบริษัทที่ผ่านการคัดเลือก
ทั้งนี้ ธ.ก.ส.เปิดประมูลผู้มาดำเนินการเช่าเหมาระบบงานบัตรเครดิตทั้งระบบเป็นระยะเวลา 3 ปี ในวงเงิน 1,008 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเช่าระบบ 648 ล้านบาท และค่าจัดทำบัตร 3 ล้านใบ วงเงิน 360 ล้านบาท







