
‘ลีสซิง’ขยับดอกลดความเสี่ยง
หวั่นวิกฤตการเงินรถคันแรกหนี้เสียเพิ่มขอตุนกำไรไว้ก่อน
หวั่นวิกฤตการเงินรถคันแรกหนี้เสียเพิ่มขอตุนกำไรไว้ก่อน
“เช่าซื้อ” เตรียมขึ้นดอกเบี้ยตุนกำไร หลังนโยบายรถคันแรก วิกฤตการเงินยุโรป สหรัฐ ส่อทำหนี้เน่าเพิ่ม
นายอิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีซซิ่งกสิกรไทย ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า คาดว่าผู้ประกอบการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จะเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย เพื่อให้สะท้อนความเสี่ยงในระบบที่เปลี่ยนไป จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลกทั้งในสหรัฐและยุโรปที่จะกระทบต่อภาคส่งออกและท่องเที่ยวของไทย โดยหากเศรษฐกิจเข้าสู่ขาลงหนี้เสียก็จะเพิ่มขึ้น จึงต้องจับตาดูสัญญาณดอกเบี้ยนโยบายจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในเดือน ต.ค.นี้
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากช่องโหว่ของนโยบายรถคันแรก ที่จะก่อให้เกิดปัญหาการสวมสิทธิ การทิ้งเงินดาวน์ และอาจรุนแรงถึงขั้นเกิดแก๊งนำรถไปขายต่อในตลาดมืด ซึ่งจะได้รับทั้งสิทธิภาษี 1 แสนบาท และเงินจากการขายรถ ซึ่งจะส่งผลให้เอ็นพีแอลในระบบเช่าซื้อเพิ่มขึ้นในระยะยาว ทำให้สถาบันการเงินจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย เพื่อหากำไรมารองรับหนี้เสียในอนาคต
“ดอกเบี้ยนโยบายปีนี้น่าจะหยุดอยู่ที่ 3.5% แต่ดอกเบี้ยเช่าซื้อยังไม่สะท้อนความเป็นจริง โดยดอกเบี้ยรถใหม่ปัจจุบันอยู่ที่ 2.65% คาดว่าปรับขึ้นเป็น 2.8% ในเดือน ต.ค. และในเดือน พ.ย. จะเพิ่มเป็น 2.9% ก่อนปรับลดลงเพื่อทำแคมเปญในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป เดือน ธ.ค. และจะเพิ่มขึ้นเกิน 3% ในปีหน้า” นายอิสระ กล่าว
อย่างไรก็ตาม คาดว่าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้จะเติบโตมากกว่าปกติ ผลจากโครงการรถคันแรกและอานิสงส์จากงานมหกรรมมอเตอร์ เอ็กซ์โป และการส่งมอบรถจำนวนมากที่ค้างมาจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อช่วงต้นปี ซึ่งคาดว่าสินเชื่อเช่าซื้อโดยรวมเติบโต 30% เพิ่มจาก 4 แสนล้านบาท เป็น 6.5 แสนล้านบาท จากยอดขายรถยนต์ในปีนี้ 9.5 แสนคัน
นายณรงค์ ศรีจักรินทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อได้พูดคุยกันถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มเงินดาวน์ขั้นต่ำขึ้นจาก 2025% ในปัจจุบัน เพื่อปิดความเสี่ยงจากการทิ้งดาวน์ของลูกค้าจากนโยบายรถคันแรก







