
กรมน้ำยันช่วยแก้แล้งต้องไม่กระทบสวล.
แก้แล้งสุพรรณ ผันน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ “กรมน้ำ” ยันต้องไม่กระทบสิ่งแวดล้อม
แก้แล้งสุพรรณ ผันน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ “กรมน้ำ” ยันต้องไม่กระทบสิ่งแวดล้อม
นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่สำรวจความต้องการของชาวบ้านต่อโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ทางกรมทรัพยากรน้ำ ได้รับข้อมูลจากนายสมศักย์ ภูรีศรี ศักดิ์ ผวจ.สุพรรณบุรี ซึ่งได้เสนอโครงการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ ลำตะเพินมาที่อ่างกระเสียว เพื่อช่วยแก้ ปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับ อ.ดอนเจดีย์ และอ.ด่านช้าง ซึ่งอยู่นอกเขตพื้นที่ชลประทาน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแผนการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ต้องมีการขุดเจาะอุโมงค์ผ่านภูเขา เพื่อดึงน้ำมาป้อนให้กับอ่างกระเสียว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ จึงจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดและความเป็นไปได้ให้ชัดเจนก่อน ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 7 รับรายละเอียดข้อมูลต่างๆมาวิเคราะห์และสำรวจเชิงพื้นที่จริงอีกครั้ง
“ โครงการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ ไม่ได้อยู่ในแผนบริหารจัดการน้ำระบบเครือข่ายหลักทั้ง 15 โครงการของกรมทรัพยากรน้ำ แต่เป็นแผนที่เสนอจากพื้นที่มาให้กรมช่วยพิจารณา ทั้งนี้คงต้องดูว่าจะสามารถ นำเข้ามาผนวกเป็นโครงการย่อยของระบบเครือข่ายที่วางไว้ได้หรือไม่ รวมทั้งดูความเป็นไปได้หรือหาทางเลือกอื่นๆที่จะเหมาะสมกับพื้นที่ด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการของบไทยเข้มแข็ง จำนวน 5,380 ล้านบาท เพื่อศึกษาออกแบบทั้ง 15 โครงการนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา พร้อมกันนี้ ยังได้เตรียมตั้งงบปี 2554 ในกรณีที่อาจไม่ได้งบจากไทยเข้มแข็งอีกด้วย เพราะต้องเตรียมความพร้อมในการออกแบบรายละเอียดไว้ก่อน 2-3 ปี แต่หากจะก่อสร้างก็อาจจะหยิบเอาบางโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนก่อน ” นายเกษมสันต์ กล่าว
ด้านนายสมศักย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางจังหวัดสุพรรณบุรี พยายามแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับพื้นที่นอกเขตชลประทาน โดยขุดลอกคลองรับน้ำที่มีปัญหาตื้นเขิน เพื่อจะได้เก็บน้ำ สำรองในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งการที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทส. ลงพื้นที่มาสำรวจความต้องการของคนสุพรรณบุรี ก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่ และเชื่อว่าชาวบ้านก็มีความต้องการเช่นกัน เนื่องจากอ่างเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ในพื้นที่ ไม่ได้ป้อนน้ำให้กับคนสุพรรณ แต่ส่งไปให้กับพื้นที่ชลประทานในเขต จ.ชัยนาท ทำให้เกรงว่าในอนาคตอาจเกิดปัญหาการแย่งน้ำก็ได้
ผวจ.สุพรรณบุรี กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการระยะยาวคือ การผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำ ลำ ตะเพิน มาที่อ่างกระเสียว เพื่อหาน้ำให้กับบ้านสระกระโจม อ.ดอนเจดีย์ และด่านช้าง ซึ่งผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่ามี 2 แนวทาง คือผันน้ำจากอ่างลำ ตะเพิน ที่มีความจุอ่างถึง 90 ล้าน ลบ.ม. แต่การเก็บน้ำไว้เพียง 50 ล้านลบ.ม.เท่านั้น ส่วนที่เหลือปล่อยทิ้งไปในช่วงหน้าฝน โดยการขุดเจาะอุโมงต์ผ่านภูเขา และใช้การวางแนวท่อน้ำมาตามถนนหลวง เพื่อจะได้ไม่ต้องเวนคืนพื้นที่จากชาวบ้าน และระหว่างทางจะมีวาล์วให้ชุมชนเปิดใช้น้ำ ส่วนอีกแนวทางอาจจะหาพื้นที่นอกเขตลุ่มน้ำชั้น 1 เอ เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำตะเพินตอนบน ขนาดความจุ 50 ล้านลบ.ม. และส่งน้ำระบบท่อผ่านมาทางอ.ด่านช้าง สระกระโจม และมาเก็บในอ่างห้วยทวีป ทั้งนี้การศึกษาดังกล่าว อาจยังไม่สมบูรณ์ จึงอยากให้กรมทรัพยากรน้ำ ช่วยดูในราย ละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง
ทั้งนี้ โครงการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ หรือโครงการผันน้ำส่วนเกินจากลุ่มน้ำ แม่กลอง สู่ จ.อุทัยธานี เพื่อประโยชน์สำหรับเกษตรกรในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี และจ.อุทัยธานี ก่อนหน้านี้ กรมชลประทาน เคยเสนอโครงการไว้ตั้งแต่ปี 2549 แต่เนื่องจากต้องมีการเจาะอุโมงค์ขนาดใหญ่ เพื่อผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ ไปยังอ่างเก็บน้ำกระเสียว ทำให้มีการคัดค้านโครงการดังกล่าวจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มาแล้ว







