
กิตติรัตน์ย้ำยังไม่ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
“กิตติรัตน์” ย้ำไม่ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ชี้ขึ้นค่าแรง-จำนำ ทำรัฐมีรายได้เพิ่มจากการบริโภคอยู่แล้ว
“กิตติรัตน์” ย้ำไม่ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ชี้ขึ้นค่าแรง-จำนำ ทำรัฐมีรายได้เพิ่มจากการบริโภคอยู่แล้ว
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยในงานปาถกฐา “ทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2555” ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากปัจจุบันที่เก็บในอัตรา 7% เพราะเชื่อว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้มากขึ้น จากการบริโภคภายในที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่นโยบายเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนทั้งค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วัน เงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท/เดือน และโครงการรับจำนำข้าว เริ่มดำเนินการ ในทางกลับกันจะมีการลดภาษีนิติบุคคลมากขึ้น ซึ่งตามแผนจะลดเหลือ 23% ในปี 2555 และเหลือ 20% ในปี 2556 จากปัจจุบัน 30% ซึ่งถือว่าไทยมีการเก็บภาษีนิติบุคคลสูงสุดเป็นอันดับ 2 ภายในอาเซียน ดังนั้นหากภาคเอกชนร่วมมือกับนโยบายของภาครัฐ ภาษีนิติบุคคลหลังปี 2556 อาจต่ำกว่าระดับที่กำหนดก็เป็นได้
สำหรับอัตราเงินเฟ้อนั้น มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ห่วงเงินเฟ้อ ยืนยันว่าเงินเฟ้อที่ตนมองนั้นจะเป็นอีกมิติ คือไม่ได้เทียบอัตราขยายต่อเดือนต่อปี แต่ต้องเทียบเงินเฟ้อที่สูงขึ้นกับประเทศคู่ค้าและคู่แข่งด้วย ซึ่งเป็นการมองเงินเฟ้อแบบเก่าเป็นการมองแบบมิติเดียวเท่านั้น แต่ตองหลายมิติเข้ามาเสริม เพราะนโยบายการเพิ่มรายได้ของรัฐบาลจะสอดคล้องกับผลิตผลที่เพิ่มขึ้น จึงไม่ใช่นโยบายประชานิยมเอาใจแรงงาน เกษตรกร แต่เป็นการกำหนดทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจไทยที่จะเริ่มต้นในปี 2554 นี้
ทั้งนี้ ในส่วนของภาคส่งออกนั้น ยังมองการเติบโตส่งออกไทยปี 2555 ขยายตัวที่ระดับ 15% ซึ่งไม่จำเป็นต้องปรับเป้าหมายเพิ่มหรือลดลงแล้ว เพราะจากการหารือกับภาคเอกชนเชื่อว่าส่งออกไทยจะขยายตัวได้ในระดับนี้ แม้ว่าจะเกินปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐฯและยุโรปก็ตาม เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่ง เมื่อรวมกับการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศที่คาดว่าจะทำให้จีดีพีประเทศบวกเพิ่มอีก 2.5% ทำให้จีดีพีประเทศปีหน้ามากกว่า 4% ขึ้นไป







