
เอสเอฟทุ่มสู้ศึกดิจิตอล
ทุ่มงบ500ล้านปรับ100โรงรับหนังฮอลลีวูด-ลั่นตรึงราคา
ทุ่มงบ500ล้านปรับ100โรงรับหนังฮอลลีวูด-ลั่นตรึงราคา
เอส เอฟ อัด 500 ล้านบาท ลุยศึกโรงหนังดิจิตอล ปีหน้าเปิดครบ 100 โรง ยืนยันตรึงตั๋ว หวั่นเศรษฐกิจกระทบลูกค้า
นายสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ ผู้บริหารโรงภาพยนตร์เครือเอส เอฟ เปิดเผยว่า เตรียมงบลงทุนเพิ่ม 500 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงโรงภาพยนตร์ให้เป็นระบบดิจิตอล จำนวน 100 โรง จนถึงสิ้นปี 2555 จากปัจจุบัน เอส เอฟ มีโรงภาพยนตร์ระบบดิจิตอล 22 โรง และจะเพิ่มอีก 25 โรงในปีนี้ เป็นระบบโซนี่ ดิจิตอล ซีเนม่า 4เค ที่ความละเอียดคมชัดสูง
ปัจจุบัน โรงภาพยนตร์กำลังปรับระบบสู่ดิจิตอลมากขึ้น ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ที่ผลิตจากฮอลลีวูดเป็นระบบดิจิตอลแทบทั้งหมดแล้ว แต่ที่เข้าฉายในประเทศไทยมี 30 เรื่อง จากจำนวนเข้าฉายทั้งหมด 250 เรื่องต่อปี และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนร่วมมือกับ บริษัท โซนี่ นำเนื้อหา (คอนเทนต์) ใหม่ๆ เข้าสู่บริการของโรงภาพยนตร์มากขึ้น เช่น คอนเสิร์ต กิจกรรมต่างๆ ที่โซนี่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ล่าสุด คือการถ่ายทอดสดการแข่งขันเป่ายิ้งฉุบของวง AKB48 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างมากจากผู้ชมในประเทศไทย จึงมองโอกาสในการขยายธุรกิจส่วนนี้เพิ่มขึ้นด้วย
ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศไทยปีนี้ค่อนข้างดี ภาพรวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% คาดว่าถึงสิ้นปีจะมีมูลค่า 4,000 ล้านบาท สำหรับเครือเอส เอฟ มียอดขายตั๋วเพิ่มขึ้น 15% ในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา และคาดว่าถึงสิ้นปีจะเติบโตไม่น้อยกว่า 20% หรือมีรายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ 1,500 ล้านบาท
สำหรับช่วงไตรมาสสุดท้าย เอส เอฟ จะเปิดโรงภาพยนตร์ใหม่อีก 2 สาขา ได้แก่ เทอร์มินัล 21 และเซ็นทรัล พระราม 9 รวม 19 โรง จากปัจจุบันมี 192 โรง และไตรมาส 4 ยังคงมีภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่รอเข้าฉายอีกหลายเรื่อง รวมตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาคจบ ทไวไลท์ และมิชชั่น อิมพอสสิเบิล ส่วนปีหน้ามีภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ไม่แพ้ปีนี้ เช่น สไปเดอร์แมน 007 เมน อิน แบล็ค เป็นต้น
“ช่วงนี้เศรษฐกิจผันผวนสูง แต่สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์กลับเป็นโอกาส เพราะปีไหนที่เศรษฐกิจสหรัฐไม่ดี ภาพยนตร์ฮอลลีวูดจะดีมาก ถ้าหนังดี โรงภาพยนตร์ก็ดีตาม” นายสุวิทย์ กล่าว
ปัจจุบัน โรงภาพยนตร์เอส เอฟ ยังไม่ได้ปรับราคาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 120-140 บาท ภาพยนตร์ระบบดิจิตอลเพิ่มอีก 20-30 บาท แต่แนวโน้มต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นทั้งการปรับค่าจ้างและค่าครองชีพต่างๆ ซึ่งบริษัทจะตรึงราคาไว้ให้นานที่สุด แต่ไม่เห็นด้วยหากรัฐบาลจะปรับเพิ่มอัตราภาษีแวต เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง







