
รัฐบาลกู้สนั่นทุ่ง
คลังแจงปี’55ทะลุ6.9แสนล้าน3กรมภาษีลุยเก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน
คลังแจงปี’55ทะลุ6.9แสนล้าน3กรมภาษีลุยเก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน
คลังตะลุยกู้เงินปีงบ 2555 สูงลิ่ว 6.9 แสนล้านบาท ขณะที่กรมภาษีตั้งหน้าตั้งตาหารายได้
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2555 สบน.มีแผนกู้เงินรวมทั้งหมด 6.9 แสนล้านบาท แยกเป็นการกู้เพื่อชดเชยขาดดุลงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท และกู้มาเพื่อใช้หนี้เดิม 3.4 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม อาจจะมีการขยายกรอบเงินกู้เพิ่มเติมในส่วนของการรีไฟแนนซ์เงินโครงการไทยเข้มแข็ง 1.49 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่กู้ในอัตราดอกเบี้ยลอยตัวกับธนาคารพาณิชย์เป็นเวลา 4 ปี ซึ่งขณะนี้สัญญาผ่านไป 1 ปีกว่าแล้ว ก็อาจมีแผนพิจารณาเป็นเงินกู้ระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ เพราะตอนนี้ดอกเบี้ยพันธบัตรอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.8-3.9% เท่านั้น
สำหรับแผนการกู้เงิน 6.9 แสนล้านบาท จะกู้ในไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2555 ตั้งแต่เดือน ต.ค.ธ.ค. 2555 วงเงิน 1.24 แสนล้านบาท โดยจะออกเป็นพันธบัตรรัฐบาล 3.2 หมื่นล้านบาท อายุ 5 ปี จำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท อายุ 7 ปี จำนวน 9,000 ล้านบาท และอายุ 9 ปี อีก 8,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ สบน.จะกู้เงินด้วยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินรีไฟแนนซ์หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินอีก 8.9 หมื่นล้านบาท และออกพันธบัตรออมทรัพย์ให้รายย่อยซื้อผ่านตู้เอทีเอ็มอีก 3,000 ล้านบาท
นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า การกู้เงินในไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2555 มีจำนวนไม่มาก เพราะงบประมาณปี 2555 ยังไม่มีผลบังคับใช้ทำให้ยังไม่สามารถกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลได้ คาดว่างบประมาณปี 2555 จะมีผลบังคับใช้เดือน ก.พ. 2555
ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า แม้จะเกิดความผันผวนตลาดหุ้นไทยจนทำให้มีเงินไหลออกนอกประเทศจำนวนมาก แต่ไม่กระทบการกู้เงินของรัฐบาล เพราะสภาพคล่องในประเทศยังมีอยู่จำนวนมาก
“ผมว่าเงินทุนไหลออกบ้างก็ดี เพราะจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจไทย ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนส่งผลดีกับการส่งออกของไทยได้รายได้มากขึ้น และจะทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของไทยลดลงในอนาคตอีกด้วย” นายจักรกฤศฏิ์ กล่าว
ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า เชื่อว่าในปี 2554 กรมศุลกากรจะเก็บภาษีได้ 1 แสนล้านบาทแน่นอน เนื่องจากเศรษฐกิจการส่งออกนำเข้าของไทยยังขยายตัวได้ดี ขณะที่ในปีงบประมาณ 2555 กระทรวงการคลังกำหนดเป้าหมายการจัดเก็บภาษีไว้ 1.05 แสนล้านบาท ก็มั่นใจว่าเก็บได้ตามเป้า
แม้ว่ามีปัจจัยเรื่องการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีจากการเปิดการค้าเสรี (เอฟทีเอ) แต่ก็ยังเชื่อว่ากรมศุลกากรจะยังเก็บรายได้ได้ตามเป้า เนื่องจากปัจจุบันยอดการนำเข้าของไทยโดยการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีที่ 0% ยังอยู่ในระดับต่ำเพียงแค่ 5-10% เท่านั้น และกรมศุลกากรยังสามารถจัดเก็บภาษีจากสินค้าบางรายการที่ไม่ได้มีการทำข้อตกลงในการเปิดการค้าเสรี
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตจะมีปัญหาการเก็บรายได้ปี 2555 ที่กระทรวงการคลังกำหนดเป้าไว้ 4.04 แสนล้านบาท เพราะการลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่ขยายเวลาเพิ่มอีก 3 เดือน และมีแนวโน้มว่าอาจขยายเพิ่มต่ออีก ทำให้สูญเสียรายได้ไปประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 9,000 ล้านบาท แต่การจะจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายหรือไม่ คงต้องรอดูความชัดเจนเรื่องภาษีน้ำมันดีเซล
ด้านกรมสรรพากรมีเป้าหมายการเก็บภาษี 1.63 ล้านล้านบาท โดยจะมีการขยายฐานภาษีใหม่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่การส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท และรายได้จากกรมธนารักษ์ 4,000 ล้านบาท







