
MFCลุยลงทุนหุ้นนอกตลาด
หวังโกยผลตอบแทนปีละ20%เตรียมเปิดตัว2กองทุนอสังหาฯ
หวังโกยผลตอบแทนปีละ20%เตรียมเปิดตัว2กองทุนอสังหาฯ
MFC พร้อมลุยลงทุนหุ้นนอกตลาด ตั้งกองทุนส่วนบุคคลกองละ 500-1,000 ล้านบาท หวังผลตอบแทนปีละ 20%
นายวิชชุ จันทาทับ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี กล่าวว่า บลจ.เอ็มเอฟซี พร้อมที่จะร่วมลงทุนกับบริษัทเอกชนที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีขนาดธุรกิจประมาณ 2,000-4,000 ล้านบาท โดยการจัดตั้งเป็นกองทุนส่วนบุคคล มูลค่ากองทุนละ 500-1,000 ล้านบาท
“รูปแบบการลงทุนเป็นการร่วมทุนแบบเดียวกับ Venture Capital โดยจะมีทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนบุคคลที่เน้นลงทุนระยะยาวและพันธมิตรทางธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุนเพื่อปรับปรุงโครงสร้างของกิจการ ซึ่งกองทุนจะต้องเข้าไปลงทุนในสัดส่วนมากกว่า 25% ของมูลค่าของบริษัทหรือมูลค่าโครงการที่ร่วมลงทุน” นายวิชชุ กล่าว
สำหรับการลงทุนในรูปแบบดังกล่าว นักลงทุนจะคาดหวังผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุน (IRR) ปีละมากกว่า 20% และมีระยะเวลาการลงทุนประมาณ 3 ปี เพราะฉะนั้นคาดว่าจะได้ IRR ประมาณ 60-100%
“ปัจจุบันกองทุนส่วนบุคคลที่ลงทุนในรูปแบบดังกล่าวมีมูลค่าสินทรัพย์ประมาณ 1,000 ล้านบาท และมีบริษัทที่อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเข้าร่วมลงทุนอยู่หลายแห่ง แต่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น จึงไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเพิ่มขนาดสินทรัพย์เป็นเท่าไร” นายวิชชุ กล่าว
การจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก (Carbon Fund) หรือกองทุนคาร์บอน เพื่อลงทุนเกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ถือเป็นแนวคิดที่ดี แต่คาดว่าการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาอีกระยะและจำเป็นต้องให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุน เพื่อนำร่องการจัดตั้งกองทุนในรูปแบบนี้
“หากจะจัดตั้งอาจจะเริ่มจากกองทุนคาร์บอนทั่วไปก่อน โดยการลงทุนเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และค่าใช้จ่ายที่ลดลงจะกลับมาเป็นรายได้ของกองทุน และจากนั้นจึงพัฒนาไปเป็นกองทุนคาร์บอนเครดิต” นายวิชชุ กล่าว
อย่างไรก็ตามการซื้อขายคาร์บอนเครดิตยังไม่มีความแน่นอน เพราะสนธิสัญญาโตเกียวที่มีข้อกำหนดเรื่องคาร์บอนเครดิตกำลังจะหมดอายุในปีหน้า ซึ่งยังไม่มีใครตอบได้ว่าจะมีการต่ออายุออกไปหรือไม่และหากได้รับการต่ออายุจะมีระยะเวลา 5 ปี
“แต่หากประเทศในแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ซื้อคาร์บอนเครดิตมีปัญหาทางเศรษฐกิจ อาจจะกระทบกับการต่ออายุ หรือ ชะลอการต่ออายุออกไปก็ได้” นายวิชชุ กล่าว
นายทอมมี่ เตชะอุบล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทได้สร้างทีมงานในส่วนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ขึ้นมาใหม่เป็นส่วนหนึ่งที่จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในอนาคต โดยมีนโยบายชัดเจนว่าจะเน้นลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Free Hold) เป็นหลัก ถ้าจะเป็นสิทธิการเช่า (Lease Hold) สินทรัพย์นั้นจะต้องมีจุดเด่นจริง
ในส่วนกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) นั้น บริษัทได้พูดคุยกับทั้งหน่วยงานภาครัฐและในภาคของเอกชนควบคู่กันไป โดยในส่วนของเอกชนจะเน้นไปที่โครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานเป็นหลัก ขณะที่ภาครัฐมีโครงการของหน่วยงานรัฐบาลที่สามารถจะนำมาทำกองทุนได้เช่นกันแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้ ทั้งนี้เชื่อว่าอีกไม่นานทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คงจะมีเกณฑ์เกี่ยวกับ “กองทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)” และ “กองทุนสาธารณูปโภค” ออกมา
นายทอมมี่ กล่าวว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้มีแผนออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ขายนักลงทุนทั่วไปอีก 2 กองทุน โดยลงทุนในโรงแรมบนเกาะพีพี มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นขอจัดตั้งกับสำนักงาน ก.ล.ต.และอีกกองจะลงทุนในศูนย์ค้าปลีกใจกลางกรุงเทพฯ มูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท รวมทั้งแผนระยะกลางยาว ที่จะออกไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ เพราะบริษัทมีทีมงานที่มีความพร้อม







