
ค่ายรถปรับแผนรอรถคันแรก รับมือปล่อยผีรถต่ำล้านเข้าร่วม
แม้จะมีการประกาศเปิดโครงการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554 ที่ผ่านมา
แม้จะมีการประกาศเปิดโครงการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554 ที่ผ่านมา
สำหรับโครงการคืนเงินรถยนต์คันแรกไม่เกิน 1 แสนบาท แต่ดูเหมือนว่าปัญหาที่ตามมาจะไม่จบลงง่ายๆ และทำให้กระทรวงการคลังซึ่งเป็นต้นเรื่องต้องกุมขมับ
เพราะพลันทันทีที่ประกาศใช้ไปแล้ว ก็เริ่มเห็นบรรดาค่ายรถออกมาตั้งแง่กับนโยบายดังกล่าวอย่างชัดเจน ทำให้กรมสรรพสามิตต้องออกมาชะลอความรุนแรงของสถานการณ์ ด้วยการพิจารณาให้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ 1600 ซีซี และรถยนต์นำเข้าสามารถมาเข้าโครงการนี้ได้ด้วย ซึ่งหากคิดว่าจะทำให้จบเรื่อง คงต้องบอกว่าตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้มีความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้อยเกินไป
นั่นเพราะคล้อยหลังไปไม่กี่วัน ปัญหาที่ผู้คนในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ประเมินว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน ก็เริ่มเห็นกันอย่างชัดเจน ผ่านทีมผู้บริหารของฮอนด้าที่ออกมาแสดงความไม่พอใจในการขยับข้อกำหนดเครื่องยนต์มาที่ 1600 ซีซี โดยระบุว่า เป็นการแก้ไขที่ “เปลี่ยนที่อยู่ของปัญหาเท่านั้น”
หากมองโครงสร้างตลาดรถยนต์ในประเทศไทยให้ถ่องแท้ จะพบว่าตลาดรถยนต์นั่งในประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลักๆ ประกอบไปด้วย อีโคคาร์-เซ็กเมนต์ ซึ่งถือว่าเข้าโครงการคืนเงินแบบผ่านฉลุยไม่มีข้อทักท้วง
ตามมาด้วยกลุ่มบี-เซ็กเมนต์ ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์ 1500 ซีซี แต่มีบางรายใช้เครื่องยนต์ 1400 และ 1600 ซีซี ซึ่งเป็นที่มาของการขยับปริมาตรกระบอกสูบไปที่ 1600 ซีซี
ขณะที่กลุ่มซีเซ็กเมนต์นั้น ใช้เครื่องยนต์ที่มีตั้งแต่ 1600–2000 ซีซี และมีราคาจำหน่ายทั้งอยู่ในเกณฑ์และเกินไปจากเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 1 ล้านบาท ตลาดนี้เองที่เป็นสมรภูมิแห่งใหม่ ซึ่งฮอนด้าระบุว่ารัฐบาลกำลังโยกปัญหามากองไว้ ขณะที่กลุ่มดี-เซ็กเมนต์นั้นไม่เข้าเกณฑ์แต่ต้น
การขยับเงื่อนไขของรัฐบาลจึงก่อให้เกิดข้อสงสัยตามมาว่า ทำไมรัฐบาลถึงยอมปรับนโยบายที่มีการประกาศใช้ไปเป็นที่เรียบร้อย และดูจะปรับมา “เข้าทาง” ผู้ประกอบการบางรายอย่างเห็นได้ชัด
ข้อเสนอที่เสียงดังกระหึ่มมากขึ้น หลังจากมีข่าวว่าจะมีการปรับเปลี่ยน ก็คือการขอให้รัฐบาลยกเลิกการกำหนดข้อจำกัดในเรื่องปริมาตรกระบอกสูบของรถที่จะเข้าโครงการ
ขณะเดียวกันต้องบอกว่าฝ่ายรัฐบาลอยู่ในภาวะ “สอบตก” สำหรับการเดินหน้านโยบายที่เต็มไปด้วยปัญหาและข้อสงสัยนี้ ซึ่งก็น่าจะจบด้วยการยอมรับข้อเสนอของค่ายรถที่ดูเหมือนจะแท็กทีมมาดี
เมื่อตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดจากผู้ประกอบการแต่ละราย ก็พบว่าต่างจับจ้องโครงการนี้อย่างใกล้ชิด เพราะหากนโยบายรัฐบาลพลิกไป การปรับปรุงไลน์ผลิตมารองรับก็ต้องเดินหน้าทันที
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาสถานการณ์กลุ่มรถยนต์ราคาระดับล้านต้นๆ ว่าจะเกิดการตัดต่อเพื่อทำโครงสร้างราคาลงมาแข่งขันกันเข้าโครงการนี้หรือไม่
เวลา 15 เดือนที่รัฐบาลปล่อยผีเปิดโครงการไว้รอล่วงหน้าแบบนี้ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ เพียงแต่ต้องดูว่าใครจะขยับก่อน และผู้ตามจะตามมาได้เร็วขนาดไหน
แต่ที่แน่ๆ ต้องเอาใจช่วยกรมสรรพ สามิต กระทรวงการคลัง โดยเฉพาะ บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง จัดการปัญหาทุกอย่างให้เป็นที่เรียบร้อย ประกาศนโยบายที่มีความชัดเจนที่สุดออกมาได้อย่างรวดเร็วและชัดเจนที่สุด
พ้นเวลานั้นไปแล้ว ค่ายรถจะจัดหนักขนาดไหนเป็นได้รู้กัน!!!







