
ไทยมีสินค้าท่องเที่ยวครบ แต่ต้อง Mix&Match ให้ได้
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนมหาศาล
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนมหาศาล
โดย...นิธิ ท้วมประถม
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนมหาศาล ในแต่ละปีเรามีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก หลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย และในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาไทยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทำให้ในปีนี้คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทยมากถึง 19 ล้านคน จากเป้าที่เคยตั้งไว้เพียง 16 ล้านคนเท่านั้น
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น แม้ว่าจะเดินทางมาเพื่อสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมของไทย แต่ต้องยอมรับว่าผู้ที่จับสินค้าทางการท่องเที่ยวไปเสนอให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยว อย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ก็ต้องทำการบ้านไม่น้อย เพื่อนำเสนอสินค้าด้านท่องเที่ยวให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ
จุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการ ททท.ด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลางและอเมริกา กล่าวว่า นักท่องเที่ยวแต่ละประเทศ แต่ละภูมิภาคมีความต้องการด้านการท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน อย่างนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสชอบเที่ยวภูเขา แหล่งวัฒนธรรม วิถีชีวิต ส่วนนักท่องเที่ยวอิตาลี ชอบเที่ยวทะเล ดังนั้น ททท.จำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศนั้นชอบแบบใด และต้องเจาะลึกลงไปด้วยว่า ในแต่ละประเทศยังมีกลุ่มท่องเที่ยวเฉพาะด้านอีกหรือไม่ เพื่อนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวให้ตรงกับความต้องการ
“ไทยเรามีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นชายหาด แสงแดด ธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร งานเทศกาล ซึ่งอยู่ที่เราว่าจะ มิกซ์ แอนด์ แมตช์ สินค้าท่องเที่ยวของเราอย่างไร ให้ตรงกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศ อย่างกลุ่มฮันนีมูน เราก็ต้องนำพูล วิลลา หรูๆ ไปขายร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ”
นอกการมิกซ์ แอนด์ แมตช์ สินค้าทางการท่องเที่ยวแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นก็คือ แผนการตลาดซึ่ง รองจุฑาพร ย้ำว่าจะเน้นแผนการตลาดหลักๆ 3 แผนด้วยกัน เริ่มจาก 1.รักษาฐานตลาดนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศเดิม แต่เจาะกลุ่มที่มีศักยภาพด้านการใช้จ่ายมากขึ้น เช่น กลุ่มกอล์ฟ ฮันนีมูน อนุรักษ์ธรรมชาติ กลุ่มรักษาพยาบาล
ยกตัวอย่างกลุ่มตลาดยุโรป ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงมาก มีการใช้จ่ายต่อหัวสูงถึงคนละประมาณ 4.5 หมื่นบาทต่อคนต่อทริป และสร้างรายได้ถึง 47% ของรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ทำให้ ททท.ต้องให้ความสำคัญกับตลาดนี้พอสมควร
แต่ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดนี้ก็ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มทั่วไปเริ่มมีปัญหา ซึ่ง ททท.ก็ต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ด้วยการหากิจกรรมทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ เข้ามาขายให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็น กอล์ฟ ดำน้ำ ฮันนีมูน ล่องแพ เดินป่า ซึ่ง ททท.ต้องสร้างกิจกรรมใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยว เช่นล่าสุดได้จัดโปรแกรม Green Tourism สำหรับเจาะตลาดยุโรปโดยเฉพาะ ซึ่งจะเน้นเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้าน
“เราต้องเอาสินค้าท่องเที่ยวทางธรรมชาติกับสินค้าท่องเที่ยวแบบวิถีชีวิต มารวมเป็นทริปท่องเที่ยวสำหรับตลาดยุโรป ซึ่งปีนี้คาดตลาดยุโรปจะทำได้ 5.1 ล้านคนจาก 4.45 ล้านคนปีก่อน”
แผนที่ 2. คือ บุกตลาดใหม่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก อย่างประเทศรัสเซีย กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก (CIS) และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีศักยภาพสูงมาก โดยยอดนักท่องเที่ยว 7 เดือนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวในตลาดนี้เติบโตสูงมาก โดยสวิตเซอร์แลนด์โตขึ้น 20% ทำให้ ททท.ต้องเริ่มเข้ามาทำตลาดให้มากขึ้น ด้วยการร่วมมือกับตัวแทนบริษัทนำเที่ยวอย่างใกล้ชิด เพื่อทำตลาดร่วมกันรวมถึงจัดงานเทรด ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทยมานำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวกับบริษัทนำเที่ยวในประเทศเหล่านี้
“นักท่องเที่ยวรัสเซีย เดินทางออกนอกประเทศปีละ 30 ล้านคน ปีที่แล้วมาไทย 6.3 แสนคน ถือว่ามีโอกาสเติบโตมาก และเราก็หวังกับตลาดนี้มาก เพราะรัสเซียไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในประเทศก็เข้มแข็ง”
รองจุฑาพร บอกว่า รัสเซีย เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศ RICE ซึ่ง ททท.วางแผนจะบุกตลาดอย่างจริงจัง เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ซึ่งกลุ่มประเทศ RICE นั้นประกอบด้วย รัสเซีย อินเดีย จีน และอินโดนีเซีย โดยแต่ละประเทศจะมีแผนการตลาดที่แตกต่างกันออกไป
ขณะที่ตลาดเอเชีย เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง และจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุด เนื่องจากใช้เวลาเดินทางน้อย ค่าใช้จ่ายต่ำ ซึ่ง ททท.ก็ต้องรักษาตลาดเอเชียด้วย นอกจากนี้ ยังมีตลาดตะวันออกกลาง ที่นิยมเดินทางมาช็อปปิ้ง และรักษาพยาบาลในประเทศไทย ซึ่งตลาดตะวันออกกลางเป็นตลาดที่มีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงที่สุด ก็เป็นตลาดที่ต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องด้วย
ขณะที่แผน 3. คือเจาะกลุ่มตลาดใหม่ ที่แม้ว่าในขณะนี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไม่มากนัก แต่หากมีแนวโน้มว่ามีศักยภาพ ททท.ก็จะไม่มองข้าม อย่างตลาดแอฟริกา แอฟริกาใต้ ซึ่งปีที่แล้วมาเที่ยวไทยแค่ 4.5 หมื่นคน แต่ปีนี้คาดว่าน่าจะเพิ่มเป็น 6 หมื่นคน ซึ่งต้องหาสินค้าทางการท่องเที่ยวที่เหมาะกับตลาดนี้ เช่น สินค้าด้านการรักษาพยาบาล และช็อปปิ้ง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดนี้
“แม้ว่าตลาดนี้คนจะน้อย แต่หากเจาะไปที่กลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ซึ่ง ททท.ต้องหานักท่องเที่ยวเหล่านี้ให้เจอ”
แผนตลาดต่างๆ ที่ ททท.คิดขึ้นเพื่อเจาะนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ นั้น รองจุฑาพร ย้ำว่า เพื่อต้องการสร้างกลุ่มนักท่องเที่ยวประเภท FIRST VISIT หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมาไทยครั้งแรกให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยนั้นส่วนใหญ่เป็นประเภทที่เดินทางซ้ำ เคยมาประเทศไทยแล้วและกลับมาเที่ยวอีก แต่นักท่องเที่ยวหน้าใหม่ยังมีสัดส่วนน้อย
กลยุทธ์การทำตลาดผ่านสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก เว็บไซต์ ทวิตเตอร์ และอื่นๆ จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เพราะกลุ่มนี้นิยมหาข้อมูลผ่านออนไลน์ ซึ่ง ททท.ต้องกระโดดเข้าไปหาให้ได้
“ขณะนี้ได้สั่งการให้ สำนักงาน ททท.ต่างประเทศทุกแห่งมีเฟซบุ๊กของตัวเอง รวมทั้งเว็บไซต์ก็ต้องมีภาษาท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย เพื่อที่จะได้สื่อสารกับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด”
การทำตลาดท่องเที่ยวนับจากนี้ ททท.จะแบ่งตามไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว เพื่อที่นักท่องเที่ยวจะได้ไปท่องเที่ยวได้ตามความต้องการ หากต้องการเที่ยวทะเล ททท.จะนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลพร้อมกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกแห่งทั่วโลกสามารถเข้าไปดูได้ หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ก็จะมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งใครๆ ก็เข้าไปดูได้ เป็นการลบข้อจำกัดในการเข้าถึงสินค้าทางการท่องเที่ยวของไทยด้วย
“จากแผนที่ ททท. ทำ เราเชื่อว่าในปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทย 19 ล้านคน มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้เมื่อต้นปีที่ 16 ล้านคนอย่างแน่นอน” รองจุฑาพร ย้ำอย่างมั่นใจ







