posttoday
ก่อนจะบินไกล

ก่อนจะบินไกล

24 กันยายน 2554

เดี๋ยวนี้ผู้ประกอบการระดับเอสเอ็มอีของไทยก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ

เดี๋ยวนี้ผู้ประกอบการระดับเอสเอ็มอีของไทยก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ

โดย..อานนท์ 

สินค้าหลายอย่างสามารถส่งไปวางขายที่ต่างประเทศได้ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการที่มีคู่ค้าต่างประเทศเข้ามาเมืองไทยแล้วเห็นของดีของเรา เลยสั่งไปจำหน่าย หรือในทางกลับกัน ผู้ประกอบการที่เก่งๆ ของเราก็เดินทางออกไปบุกเบิก แนะนำสินค้าให้ต่างชาติได้เห็นถึงบ้านเขา

ไม่ว่าจะเกิดจากแนวไหน เขามา หรือเราไป ผลที่ได้ก็เหมือนกัน คือสินค้าของเราได้ไปวางขายในต่างประเทศ ซึ่งจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างโอกาส สร้างประสบการณ์ที่ดี

สำหรับผู้ประกอบการที่อยากจะเน้นแบบตั้งรับ คือ ยังไม่พร้อมที่จะเดินหน้า “โกอินเตอร์” ก็อาจจะรีๆ รอๆ ให้นักธุรกิจจากต่างประเทศเป็นฝ่ายมาหาเรา แต่ผมก็อยากแนะนำว่า แม้ยังไม่อยากบุกมาก แต่หากต้องการหาตลาดใหม่ ก็ควรจะ “สตาร์ต” เองบ้าง ไม่ใช่นั่งรอนิ่งๆ แต่ควรจะหาโอกาส และโอกาสที่ง่ายที่สุดก็คือ การไปร่วมออกบูธในงานแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งจะมีชาวต่างชาติที่เป็นนักจับคู่ธุรกิจมาเดินด้อมๆ มองๆ และเกิดเป็นการค้าที่สำเร็จไปแล้วหลายราย

คนที่ใจกล้า ไม่อยากรอช้า อยากบุกตลาดเลย ผมก็ยังแนะนำให้ไปร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ ในตลาดต่างประเทศ และเบื้องต้นก็อยากแนะนำว่า ให้หาสังกัด เช่น ไปสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมอุตสาหกรรม หรือสมาคมวิชาชีพต่างๆ ซึ่งเมื่อเราได้เข้าไปอยู่ในสังกัดสมาคมต่างๆ แล้ว ก็จะได้รับข่าวสาร และจะได้โอกาสในการไปออกงานต่างๆ ได้

นอกจากสมาคมต่างๆ แล้ว การเดินเข้าไปปรึกษาหารือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องก็เป็นหนทางที่สามารถช่วยได้เหมือนกัน เช่น การไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการส่งออก ซึ่งพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ต้องการจะบุกตลาดต่างประเทศอยู่เสมอ

นี่ก็เป็นแนวทางเบื้องต้นในการมองหาโอกาสในการเปิดตลาดใหม่ๆ นะครับ หลายคนกลัวที่จะเริ่มต้นทำในสิ่งเหล่านี้ แต่หากได้ทำแล้วจะรู้ว่า คุ้มค่า และจะว่าไป การริเริ่มหาตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศด้วยแนวทางที่ผมว่ามานี้ ยังเป็นเพียงเรื่องจิ๊บจ๊อยครับ อุปสรรคใหญ่ๆ รออยู่อีกมากมายหลังจากนั้น แต่ทุกอย่างแหละครับ ต้องมีก้าวแรกให้ได้ก่อนถึงจะสามารถเดินก้าวต่อไปได้ คนจำนวนมากทีเดียวที่กลัวแม้กระทั่งการก้าวเดินก้าวแรก ผมก็เลยขอแนะนำก้าวแรกให้ได้มองหาทางเดินกันก่อน

อย่างที่บอกแล้วว่า ก้าวต่อๆ ไปยิ่งยากกว่า การจะบินไกลมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องฝ่าฟัน ทั้งเรื่องที่เราสามารถคาดการณ์ล่วงหน้า และแก้ปัญหาไว้ก่อนได้ หรือเรื่องที่เราไม่สามารถคาดเดา จนต้องไปแก้ปัญหากันแบบไปตายเอาดาบหน้า ก็ต้องว่ากันไปตามสถานการณ์ครับ

ในส่วนที่เราสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ก็คือ การที่เราจะต้องระดมสมองกันในองค์กรมานั่งคิดก่อนว่า หากจะโกอินเตอร์ จะต้องเตรียมอะไรบ้าง เรื่องหลักๆ ที่ต้องทำ เช่น การเตรียมทำป้าย หรือฉลากสินค้าเป็นภาษาของประเทศที่เราจะไป เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ซึ่งผมแนะนำว่า ให้หาคนที่รู้ภาษาจริงๆ มาแปล อย่าเห็นว่าป้ายที่แปะบนสินค้ามีถ้อยคำนิดเดียว มั่วๆ ไปก็ได้ เพราะคนที่คิดแบบนี้พลาดกันมามากแล้ว

เราต้องตระหนักเสมอว่า ฉลากสินค้า เป็นด่านแรกที่เราจะได้ “ทำความรู้จัก” กับลูกค้า ดังนั้น ข้อความจะต้องบอกตัวตนของเราอย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับผู้อ่าน เป็นภาษาอังกฤษก็ต้องเป็นอังกฤษที่ถูกต้อง จีนก็ต้องจีนเป๊ะๆ และไม่เพียงแต่การแปลภาษาเท่านั้น การเลือกใช้ตัวอักษร หรือที่เรียกกันว่าการเลือก “ฟอนต์” ก็สำคัญด้วยเหมือนกัน ที่จะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญภาษานั้นๆ ดูก่อนว่าอ่านง่ายหรือเปล่า

ผมเคยเจอผู้ประกอบการที่อุตส่าห์บุกไปเปิดตลาดจนร้านค้าที่เมืองจีนยอมรับเอาสินค้าไปทดลองขาย แต่ก็พลาดท่ากลับมา เพราะเลือกตัวอักษรที่มาพิมพ์ฉลากในลักษณะที่อ่านยาก เป็นฟอนต์ที่เจ้าของกิจการเองอ่านไม่เป็น เห็นว่าสวยดี ก็ตกลงใช้

ผมอยากให้เราลองนึกถึงภาษาไทยนะครับ หากใช้คอมพิวเตอร์ เราก็จะเห็นว่าเดี๋ยวนี้มีฟอนต์แปลกๆ ใหม่ๆ มากมาย ทั้งตัวอักษรที่ดูเป็นทางการ ดูเล่นๆ หรือเป็นแบบวัยรุ่น หรือตัวหวัดๆ แบบศิลปะ ฯลฯ ถ้าหากนึกแบบนี้เราจะเข้าใจได้ว่าภาษาอื่นๆ ก็มีลักษณะเดียวกันนี้ คือ หากเลือกใช้ฟอนต์ที่ไม่เข้ากับสินค้า ก็อาจจะเกิดปัญหาได้ เช่น เลือกใช้ฟอนต์ภาษาอังกฤษที่เป็นตัวเขียนแบบหวัดๆ แต่จะขายสินค้าให้ผู้ใหญ่ ก็อาจจะพลาดท่าเสียที ลูกค้าอ่านแล้วมองผ่าน เพราะอ่านไม่ค่อยถนัด เป็นต้น

นอกจากนั้น การอธิบายวิธีใช้ หรือในกรณีที่เป็นอาหารก็คือ การอธิบายวิธีรับประทาน ก็เป็นเรื่องจำเป็น อย่าคิดว่าสินค้าที่เราเห็นขายกันเกร่อในบ้านเราจะเป็นสิ่งที่คนต่างชาติเขาเข้าใจ ดังนั้น แม้จะคิดว่าของเราดีจริง แต่ก็ควรจะต้องอธิบายวิธีใช้ หรือวิธีรับประทานด้วย โดยอาจจะอธิบายเป็นภาษาเขียน หรือถ้าจะให้ดี อธิบายประกอบภาพวาด ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจกันได้มากขึ้น

เรื่องแบบนี้หลายคนคิดว่าไม่จำเป็น แต่เชื่อไหมครับ ผมเคยเจอฝรั่งที่ซื้อเต้าหู้หลอดของไทยไป แล้วหาวิธีรับประทานไม่ได้ สุดท้ายหลังจากพลิกไปพลิกมาหลายรอบ ฝรั่งก็ตัดสินใจเอากรรไกรตัดส่วนปลายที่เป็นเหมือนท่อเล็กๆ ด้านบนเต้าหูหลอด แล้วบีบเนื้อเต้าหู้ออกมา ก็แน่ละครับ เละจนรับประทานไม่ได้

หรือแม้แต่ไม้ตบแมลงวันก็เคยมีคนมาถามผมว่ามันคืออะไร ผมเลยลองถามกลับว่า เขาคิดอย่างไร มีฝรั่งบอกผมว่าน่าจะเป็นพัดแบบหนึ่ง แต่พอผมบอกถึงการใช้งานของมันจริงๆ ฝรั่งก็ตาลุก ซื้อไป (ซึ่งผมมารู้ภายหลังว่า เขาซื้อไปเป็นเครื่องประดับห้อง แขวนไว้ที่ฝาผนังอย่างสวยหรูเลยทีเดียว แล้วพอใครไปใครมาที่บ้านก็แนะนำอย่างภูมิใจว่า นี่แหละ ไม้ตบแมลงวันของไทย)

นี่แหละครับ ความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ซึ่งเราจะต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้ก่อนที่จะบินไกลไปต่างแดน แล้วคราวหน้าเราจะมาว่ากันต่อถึงปัญหาอื่นๆ ครับ  

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน