
อะเมซิง‘ธอส.’
แต่น แตน แต๊น... ท่านผู้มีอุปการคุณโปรดทราบ ขณะนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
แต่น แตน แต๊น... ท่านผู้มีอุปการคุณโปรดทราบ ขณะนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
ขอทบทวนการทำโครงการสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% ตามนโยบายรัฐ เพราะยิ่งทำก็จะยิ่งขาดทุน ถ้าจะให้ทำ กระทรวงการคลังก็ควรจะให้ธนาคารแยกบัญชีออกมา และชดเชยการขาดทุนจากดอกเบี้ยให้
โอววว...เม่เจ้า เสียงประกาศออกมาจากปากพ่อหนุ่ม วรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ที่โอดโอย เพราะขืนยังทำโครงการนี้ต่อไป ธอส.ได้ทุนหายกำไรหด แล้วทีนี้จะแบกหน้าไปบอกพนักงานยังไงว่าปีนี้ไม่มีโบนัส หมดกันพอดี
แต่เสียงครวญนี้ คงจะบ่นเป็นพิธี เพราะการเป็นแบงก์รัฐจะหนีไม่ทำตามนโยบายคงยาก ดีไม่ดีอาจจะตกเก้าอี้เอาง่ายๆ
แต่ที่น่าแปลกใจ ก็คือ ไอ้เจ้าโครงการบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ที่เป็นนโยบายของ กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลังจากประชาธิปัตย์ ที่ชาวบ้านมานอนรอขอใช้บริการตั้งแต่ตี 4 และกระทรวงการคลังก็อนุมัติเงินสำรองไว้ให้อีก 5,000 ล้านบาท เป็น 2.5 หมื่นล้านบาท
แต่ช่วงหลังชาวบ้านชะลอการโอนบ้านเพราะรอโครงการบ้านหลังแรกของรัฐบาลเพื่อไทย แต่พอโครงการออกมาปุ๊บชาวบ้านก็รีบโอนกันต่อไป เพราะว่าได้สองเด้งกันเลยดีเดียว ทั้งดอกเบี้ยต่ำและได้หักลดหย่อนภาษี
เรื่องของเรื่องอยู่ที่ตัวท่านเอ็มดีเอง บอกนักข่าวว่า เหลือวงเงินสำรองอีก 5,000 ล้านบาท ที่จะให้ประชาชนมาใช้บริการได้
พอเสี่ยไร่ส้ม เอาข่าวนี้ไปอ่าน ก็มีคนแห่โทร.ไปที่ธนาคารสอบถามว่าวงเงินสำรองนี้ ยังไปขอใช้สินเชื่อได้ไหม
นั่นแหละทั่นเอ็มดีคงนึกได้ว่า ตายละหวา หากให้ใช้วงเงินสำรอง คนแห่กันมาขอใช้บริการเพิ่ม ธนาคารจะยิ่งขาดทุนเข้าไปใหญ่
ท่านวรวิทย์ก็เลยเปลี่ยนใจบอกว่า วงเงินเต็มไปแล้ว ไม่ว่าชาวบ้านจะโทร.ไปสอบถามที่ธนาคาร หรือนักข่าวถามก็บอกว่า หมดแล้วครับ
ตอนนี้พ่อหนุ่มวรวิทย์ ก็ได้เปลี่ยนเป็นอับดุล พระเอกวิงซ์เจ้าเสน่ห์ไปเสียแล้ว เสกปุ๊บเดียว เงินหายไป 5,000 ล้านบาท
อืมม วงเงินหมดภายใน 1 วันนี้ ช่างอะเมซิงจริงๆ
ไม่ใช่วรวิทย์ ทำไม่ได้นะครับ ขอบอก ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า







