
พณ.ขยายเวลาโครงการจำนำข้าว
พาณิชย์ เตรียมขยายเวลารับจำนำออกไปอีก 1-2 เดือน พร้อมออกมาตรการป้องกันการทุจริตในโครงการรับจำนำช่วยน้ำท่วม
พาณิชย์ เตรียมขยายเวลารับจำนำออกไปอีก 1-2 เดือน พร้อมออกมาตรการป้องกันการทุจริตในโครงการรับจำนำช่วยน้ำท่วม
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า มีแนวคิดพิจารณาการขยายโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีออกไปอีก 1-2 เดือน ในบางพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ประสบปัญหาน้ำท่วมพื้นที่นาได้รับความเสียหาย จนไม่มีข้าวนำมาเข้าโครงการจำนำได้ทันฤดูกาล โดยขณะนี้ได้รับรายงานมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวสำคัญหลายจังหวัด เช่น พิจิตร ชัยนาท อ่างทอง พิษณุโลก นครสวรรค์ ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ดังนั้นจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดแนวทางการช่วยเหลือให้ชาวนาทุกครัวเรือนมีโอกาสเข้าถึงโครงการรับจำนำได้อย่างเต็มที่
ขณะนี้กำลังดูรายละเอียด เพราะหากพื้นที่นาแห่งไหนน้ำท่วมขังนานเป็น 20 วัน ต้นข้าวที่ปลูกไว้ก็จะเสียหาย และหากมีการเร่งให้ชาวนาเร่งปลูกข้าวนาปีรอบใหม่ จะใช้เวลาการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว 4-5 เดือน ซึ่งอาจไม่ทันโครงการรับจำนำนาปีที่จะสิ้นสุดเดือนก.พ.2555
ส่วนการติดตามและตรวจสอบป้องกันการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก จะให้เพิ่มความเข้มงวดการควบคุมการนำเข้าข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิในโครงการรับจำนำ ที่ขณะนี้อนุญาตให้นำเข้าเฉพาะปลายข้าว และข้าวที่ใช้ในอุตสาหกรรมบางประเภทเท่านั้น รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการเคลื่อนย้ายข้าวเปลือกในจังหวัดที่ติดชายแดน และพื้นที่เสี่ยงต่อการลักลอบ ให้แจ้งและขออนุญาตค้าภายในจังหวัดก่อนทำการเคลื่อนย้ายข้ามเขตทุกครั้ง
นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลผลิตนาปี 2554/2555 ได้จัดเตรียมแนวทางและมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในระหว่างโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ทั้งการสวมสิทธิ์ข้าวในประเทศ และจากต่างประเทศ โดยได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน ออกประกาศตรวจสอบปริมาณข้าวของโรงสี ทั้งที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำ และไม่ได้เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ทราบปริมาณข้าวทั้งหมดอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ จะอาศัยอำนาจของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีรมว.พาณิชย์เป็นประธาน ออกประกาศควบคุมการขนย้ายข้าวเปลือก และข้าวสารใน 32 จังหวัดที่มีการรับจำนำข้าว รวมถึงตามจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์เกษตรกรไทยเข้าโครงการรับจำนำ ส่วนการนำเข้าข้าวภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ที่อนุญาตให้นำเข้าได้เฉพาะข้าวหัก เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมนั้น ไม่น่าจะนำเข้ามาสวมสิทธิ์ได้
“กรมจะต้องตรวจสอบเป็นพิเศษในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ เพราะข้าวของเกษตรกรเสียหายมาก และบางรายไม่มีข้าวแล้ว ก็อาจยอมให้โรงสีข้าวใช้ชื่อของตัวเองเพื่อนำข้าวของโรงสีมาเข้าโครงการแทน รวมถึงต้องตรวจสอบการขนย้ายข้าวตามจังหวัดชายแดนให้เข้มงวดด้วย เพราะมีพ่อค้าขายข้าวขนย้ายข้าวมากผิดปกติ ซึ่งจะมีทีมเฉพาะกิจ 15 ชุด ออกตรวจสอบ และควบคุมการขนย้ายด้วย” นายภูมิ กล่าว
นอกจากนี้ได้มอบหมายให้อนุกรรมการรับจำนำข้าวจังหวัดตรวจสอบความพร้อมของโรงสี ทั้งในด้านเครื่องวัดความชื้นต้องมี 2 เครื่อง หลักทรัพย์ค้ำประกัน ติดตั้งกล้องวงจรปิด และการจัดเก็บข้าว นอกจากนี้การเปิดรับจำนำจะตรวจเช็คปริมาณรับจำนำข้าวจากชาวนาแต่ละราย จากหนังสือรับรองเกษตรกร และข้อมูลธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)







