posttoday
ไบโอฟาร์มหนีตลาดยาเดือดซบฟาร์มาฟู้ด

ไบโอฟาร์มหนีตลาดยาเดือดซบฟาร์มาฟู้ด

21 กันยายน 2554

ไบโอฟาร์มฯ ปรับแผนมุ่งฟาร์มาฟู้ด หนีตลาดยาโรงพยาบาลแข่งเดือด พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ในรอบ 37 ปี หวัง 5 ปีแตะ 2พันล.บาท

ไบโอฟาร์มฯ ปรับแผนมุ่งฟาร์มาฟู้ด หนีตลาดยาโรงพยาบาลแข่งเดือด พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ในรอบ 37 ปี หวัง 5 ปีแตะ 2พันล.บาท

นายเศกสุข เกษมสุวรรณผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ ผู้ดำเนินธุรกิจเวชภัณฑ์และฟาร์มาฟู้ด เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจเวชภัณฑ์ (ยา) ในช่องทางโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง และมูลค่าตลาดลดลง แม้ว่าจะยังมีความต้องการใช้ยาเพิ่มขึ้นก็ตาม

แต่พบว่ามูลค่าตลาดยาลดลง จาก หลายปัจจัยประกอบกัน อาทิ การผลิตยาภายในประเทศ, วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตยา หรือ สารตั้งต้นมีราคาถูกลง ส่งผลให้มีการตั้งโรงงานเพื่อผลิตยาเพื่อจำหน่ายภายในประเทศไทยมีจำนวนมากขึ้นในปัจจุบัน เป็นต้น ขณะที่เวชภัณฑ์จากต่างประเทศจะใช้กระบวนการนำเข้ามาทำตลาดที่ช้ากว่า

จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทจึงปรับแผนการดำเนินธุรกิจใหม่ โดยวางเป้าหมายใน 35 ปีนับจากนี้จะให้ความสำคัญในกลุ่มสินค้าเวชภัณฑ์เพื่อการบริโภค (ฟาร์มาฟู้ด) โดยล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมภายใต้แบรนด์ RESTIV (เรสทีฟ) จากประเทศสเปน เข้ามาทำตลาดในไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 37 ปี จากก่อนหน้านี้ที่เน้นกลุ่มอาหารเสริม และนำผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายแบรนด์ต่างๆ

ทั้งนี้ บริษัทเห็นโอกาสจากตลาดสินค้าส่วนบุคคลสำหรับผู้ชาย (เมน กรูมมิง) โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์รักษาหนังศีรษะมีอัตราเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 20% จากมูลค่าตลาดรวม 400 ล้านบาทแบ่งเป็นตลาดเวชภัณฑ์รักษาศีรษะ มูลค่า 200 ล้านบาท และตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสำหรับผู้ชายทั่วไป 400 ล้านบาท

สำหรับผลิตภัณฑ์เรสทีฟมุ่งจับกลุ่มเป้าหมายผู้ชายที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม วางจำหน่ายราคา 1,190 บาท ทำตลาดผ่านช่องทางร้านขายยาทั่วไป และเตรียมแผนเข้าช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ในสิ้นปีนี้ วางเป้ารายได้ปีแรก 70 ล้านบาท และใน 2 ปีนับจากนี้อยู่ที่ 100 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ยังเตรียมทยอยเปิดตัวสินค้าในกลุ่มสินค้าฟาร์มาฟู้ดและสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มไลน์การผลิตยาเพื่อรับจ้างผลิตรับการเปิดเออีซี โดยตั้งเป้า 5 ปีนับจากนี้จะมีรายได้เพิ่มเป็นกว่า 2,000 ล้านบาท จากสิ้นปีนี้ วางเป้ารายได้ 1,111 ล้านบาทสอดคล้องกับแผนธุรกิจบริษัทภายใน 35 ปีนับจากนี้ ที่จะขยายการลงทุนใหม่ๆ ในสายการผลิตและเครื่องจักรอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าปีละ 50 ล้านบาท จากเมื่อ45ปีก่อนใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท สำหรับขยายและปรับมาตรฐานการผลิตยาที่ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน(เออีซี)ที่จะเกิดขึ้นในปี2558 และส่งผลให้ตลาดเวชภัณฑ์หรือยาต่างๆ มีการแข่งขันสูง

“บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีด้านเวชภัณฑ์ในประเทศต่างๆ อาทิ จีน, อินเดีย, เยอรมันนี และสเปน เพื่อรับจ้างการผลิตยาพร้อมแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับการทำตลาดในภูมิภาคอาเซียนด้วย” นายเศกสุข กล่าว

จากแผนดังกล่าวคาดใน3 ปีนับจากนี้ จะส่งผลรายได้ธุรกิจมีการปรับสัดส่วนใหม่ คือ กลุ่มธุรกิจยาโรงพยาบาลอยู่ที่ 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 60%, ธุรกิจช่องทางร้านขายยา 25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30% และกลุ่มฟาร์มาฟูด หรือ คอนซูเมอร์ โปรดักส์ อยู่ที่25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% มีผลิตภัณฑ์ยาจำหน่าย กว่า 100 ตำรับ แบ่งสัดส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านโรงพยาบาล 70% และผ่านร้านขายยาชั้นนำ 30% และคาดว่าภายใน 5ปีนับจากนี้ บริษัทจะมีรายได้เติบโตแบบเท่าตัว หรือมากกว่า2,000 ล้านบาท จากสิ้นปีนี้วางเปี้รายได้ไว้ที่ 1,111 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI