
โทเทิ่ลฯเปิดศึกรับขายตั๋ว
ดึงจุดแข็งในเครืออิมแพ็คฯขายพ่วงแพ็กถล่มไทยทิคเก็ต
ดึงจุดแข็งในเครืออิมแพ็คฯขายพ่วงแพ็กถล่มไทยทิคเก็ต
โทเทิ่ล เรสเซอร์เวชั่น ขายตั๋วพ่วงโรงแรม ฉีกหนีคู่แข่ง พร้อมบริหารสื่อในอิมแพ็คเองหมด เสริมรายได้ท่องเที่ยวซบ
น.ส.นุชนภา พฤฒิพิบูลธรรม ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายโทเทิ่ล เรสเซอร์เวชั่น บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่นแมเนจเม้นท์ กล่าวว่า บริษัทใช้กลยุทธ์จำหน่ายบัตรชมคอนเสิร์ตแบบเป็นแพ็กเกจ ประกอบด้วยบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต ที่พัก และห้องรับรองพิเศษ รวมอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งเป็นรายใหญ่ในธุรกิจการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตและอีเวนต์ต่างๆ อย่างไทยทิคเก็ตเมเจอร์โดยเริ่มที่คอนเสิร์ตสกอร์เปียนและลินคิน พาร์ค ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23 ก.ย.นี้
ทั้งนี้ เป็นการอาศัยศักยภาพของธุรกิจในเครืออิมแพ็คฯ ที่มีทั้งสถานที่การจัดงาน ร้านอาหาร และโรงแรม ซึ่งนอกจากจะมีโรงแรมโนโวเทล อิมแพ็คฯ แล้ว ยังมีโรงแรมในเครือข่ายที่บริษัทรับจองให้อีก เช่น มิราเคิลแกรนด์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว สยามแอทสยาม อินเตอร์คอนติเนนตัล ดุสิตธานี เป็นต้น
“นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายแพ็กเกจไปสู่ไลฟ์สไตล์ด้านอื่นๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการใช้บริการจองตั๋วกับโทเทิ่ล เรสเซอร์เวชั่น ซึ่งขณะนี้บริษัทได้ไลเซนส์สามารถจองและออกตั๋วเครื่องบินได้แล้ว ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าอย่างครบวงจร” น.ส.นุชนภา กล่าว
ปัจจุบัน โทเทิ่ล เรสเซอร์เวชั่น มีส่วนแบ่ง 30% จากธุรกิจรับจองตั๋วในประเทศไทย ขณะที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ มีส่วนแบ่งกว่า 60% และวีบุ๊กกิง ของค่ายทรู คอร์ปอเรชั่นมีเกือบ 10% โดยปริมาณงานที่รับจำหน่ายตั๋วมีปีละ 3040 งาน
น.ส.นุชนภา กล่าวว่า ธุรกิจของโทเทิ่ล เรสเซอร์เวชั่น มี 3 ส่วนหลัก คือ ให้บริการจัดทัวร์ท่องเที่ยว 60% รับจองบัตรชมคอนเสิร์ตและการแสดงต่างๆ 30% อีก 10% เป็นรายได้จากบริหารสื่อในอิมแพ็คฯ ทั้งหมด ซึ่งเพิ่งนำมาดำเนินการเองในปีนี้ แนวโน้มธุรกิจสื่อจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 20-25% เนื่องจากได้รับการตอบรับดีจากผู้ลงโฆษณา โดยเฉพาะมีกิจกรรมใหญ่ เช่น บีโอไอ แฟร์ หรือมอเตอร์โชว์ ที่ขายพื้นที่ได้กว่า 80%
ขณะที่สัดส่วนรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวลดลง เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำในยุโรปและสหรัฐไม่ฟื้นตัว ประกอบกับการท่องเที่ยวในประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น ทำให้ทัวร์ถูกยกเลิก สำหรับโดยรวมทั้งปีคาดว่าจะมีรายได้ 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน







